หน้าแรก / บทความทั้งหมด / ทำป้ายคลินิกพยาบาล ต้องรู้อะไรบ้าง? กฎหมาย ขนาดที่ต้องใช้
ทำป้ายคลินิกพยาบาล ต้องรู้อะไรบ้าง? กฎหมาย ขนาดที่ต้องใช้
ป้ายคลินิกพยาบาลคือสิ่งแรกที่ลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการของเราผ่านมาเห็น เป็นภาพลักษณ์ของคลินิก เป็นตัวบ่งบอกความเป็นมืออาชีพ และสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้ใช้บริการ การออกแบบป้ายคลินิกพยาบาล ยังมีเรื่องข้อบังคับทางกฎหมายมาเกี่ยวข้อง การละเมิดจะมีโทษทางกฎหมาย บทความนี้จะมาแนะนำสิ่งที่ควรรู้และข้อควรระวังในการทำป้ายคลินิกพยาบาลให้เข้าใจกัน
สารบัญเนื้อหา
- ทำไม “ป้ายคลินิกพยาบาล” ถึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด?
- ทำไมป้ายถึงตรวจสอบไม่ผ่าน? สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด
- มาตรฐาน “ป้ายคลินิกพยาบาล” ที่ต้องมี
- ป้ายภายนอกคลินิกต้องมีอะไรบ้าง
- ป้ายภายในคลินิกต้องมีอะไรบ้าง
- ตัวอย่าง “ป้ายคลินิกพยาบาล” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- วิธีเตรียมตัวก่อนสั่งทำป้ายคลินิกพยาบาล
- ทำอย่างไรให้ “ป้ายคลินิก” เป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์
- ข้อควรรู้/ควรระวัง ต่าง ๆ ที่สำคัญ
- สรุป ป้ายคลินิกพยาบาล
ทำไม “ป้ายคลินิกพยาบาล” ถึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด?
ผู้ป่วยจะตัดสินใจเลือกว่ามาใช้หรือไม่ใช้บริการคลินิกของเรานั้น จะวัดจากความเป็นมืออาชีพของคลินิก ภาพลักษณ์จะเป็นตัวตัดสินแรก ซึ่งสิ่งที่จะชูโรงภาพลักษณ์ให้เห็นภาพได้ไวที่สุดนั่นคือ ป้าย เพราะมันคือสิ่งแรกที่ผู้ใช้บริการสัญจรมาเห็น
ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
การที่คลินิกเรามีป้ายแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการจะช่วยในการสร้างความไว้วางใจให้ผู้ป่วยได้ เพราะเป็นการยืนยัน ว่าเรามีแพทย์จริง ไม่ใช่คลินิกเถื่อน ซึ่งสามารถหาบทความเกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้ในการเปิดคลินิกเพิ่มเติมได้
ความเสี่ยงทางกฎหมายและโทษ
ตัวอย่างเคสที่มักจะผิดแบบชัดเจน เช่น
-
- การติดตั้งป้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท้องถิ่น มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาและการตั้งป้าย โดยโทษปรับอาจมีตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 100,000 บาท
- ข้อความหลอกลวงหรือเกินจริงบนป้าย มีโทษทางอาญาจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคอยู่แล้ว และยังสามารถโดนฟ้องทางแพ่งเพิ่มเติมจากลูกค้าได้
- การติดตั้งป้ายที่ไม่ตรงตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เช่น ขนาดป้าย, รูปแบบข้อความ มีโทษทางปกครอง จะถูกรื้อถอนป้ายหากไม่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด
ทำไมป้ายถึงตรวจสอบไม่ผ่าน? สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด
การติดป้ายคลินิกพยาบาลให้ผ่านการอนุญาต ไม่ใช่เรื่องยาก สาเหตุที่ยื่นไม่ผ่านและเจอบ่อย มักเกิดจากการที่ผู้ทำป้าย ทำป้ายคลินิกพยาบาลไม่เป็นไปตามระเบียบและข้อกำหนดบังคับต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด ทั้งในด้านดีไซน์และในด้านมาตรฐานข้อบังคับ
ใช้ข้อความโอ้อวดหรือข้อความเชิงชวนเชื่อ
หากป้ายคลินิกพยาบาลมีการใช้ถ้อยคำเกินจริง เช่น “หายแน่นอน 1000%” , “รักษาฟรี” แต่คิดบริการอื่นเพิ่มเติมในภายหลัง เป็นการเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค
ใช้รูปแบบตัวอักษรที่ไม่เหมาะสม
- ใช้ตัวอักษรเล็กเกินไป
- ใช้สีตัวอักษรผิดหลักที่กระทรวงกำหนด
- สีตัวอักษรกลืนกับสีพื้นหลัง
- font ที่ฉูดฉาดไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ตกแต่งป้ายด้วยวัสดุไม่ทนทาน
ป้ายนอกอาคาร วัสดุที่ใช้ไม่ควรผุพังง่าย แนะนำให้ใช้วัสดุเป็นอะลูมิเนียม หรือ สเตนเลส ที่มีการทาสีที่ทนทานต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝน ควรติดตั้งให้แข็งแรงคงทน ด้วยโครงเหล็ก ไม่หลุดหรือร่วงหล่นลงมาง่าย และมีการตรวจสอบความแข็งแรงทุกปี
มาตรฐาน “ป้ายคลินิกพยาบาล” ที่ต้องมี
การออกแบบป้ายคลินิกพยาบาลจะมีกฎและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับกฎหมายด้านสาธารณสุขและการโฆษณา, กฎกระทรวงสถานพยาบาล เนื้อหาบนป้ายต้องมีความชัดเจนทั้งขนาดและสีของข้อความ ต้องถูกหลัก แจ้งขอบเขตบริการให้ครบถ้วนตามที่ข้อบังคับกำหนด จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ป้ายภายใน และ ป้ายภายนอก
ป้ายภายนอกคลินิกต้องมีอะไรบ้าง
ป้ายหน้าคลินิกต้องแจ้งข้อมูลรวบรัดครบถ้วน ตรงประเด็น เพื่อให้ผู้ที่สัญจรไปมาสามารถอ่านได้โดยใช้เวลาไม่นาน ไม่ใช้สีสันฉูดฉาด ข้อความต้องตรงตามความจริงไม่บิดเบือน (ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข) ป้ายนอกคลินิกที่ควรมี มีดังนี้
- ป้ายคลินิกพยาบาลหลัก (หน้าร้าน)
- ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล
- ป้ายแจ้งวัน–เวลาทำการ
- ป้ายแสดงขอบเขตบริการ
- ป้ายห้ามสูบบุหรี่ / ป้ายข้อกำหนดด้านสาธารณสุข
ป้ายคลินิกพยาบาลหลัก
ไม่ใช้สีฉูดฉาดเกินไป ข้อความต้องเห็นชัด ต้องระบุชื่อของคลินิกที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถระบุประเภทคลินิกไปด้วยเลย เช่น “คลินิกเสริมความงาม [ชื่อคลินิก]” หรือ “คลินิกทันตกรรม [ชื่อคลินิก]” ต้องไม่ใช้คำว่า “โรงพยาบาล” หรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรงพยาบาล
ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล
แสดงชื่อสถานพยาบาล หมายเลขใบอนุญาตต้องระบุที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ ว่าทางคลินิกได้รับการยอมรับและอยู่ภายใต้การควบคุม โดยจะมีเรื่องระเบียบเกี่ยวกับขนาดตัวอักษรอย่างเคร่งครัดด้วย โดยบทความนี้จะอธิบายเพิ่มเติมให้ในหัวข้อต่อจากนี้
ป้ายแจ้งวัน–เวลาทำการ
แสดงเวลาเปิดบริการให้ชัดเจน เช่น “เปิดบริการทุกวัน เวลา 09:00 – 18:00 น.” ข้อมูลต้องตรงตามที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล บอกช่องทางติดต่อนอกเวลา ระบุวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันนักขัตฤกษ์
ป้ายแสดงขอบเขตบริการ
มีไว้เพื่อประชาสัมพันธ์แสดงบริการที่ทางคลินิกรองรับ เช่น “ตรวจสุขภาพ” “อัลตราซาวนด์” “เสริมจมูก” “กำจัดขน” โดยให้แสดงเฉพาะบริการที่ให้ตามความจริง ไม่หลอกลวง ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการโฆษณา
ป้ายห้ามสูบบุหรี่ / ป้ายข้อกำหนดด้านสาธารณสุข
ต้องออกแบบให้คนมองสามารถเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ได้ชัดเจน ไม่ใช้ภาพที่ดูโมเดิร์นจนเกินไป ใช้สัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานสากลดูออกง่าย เนื่องจากคลินิกเป็นสถานที่ ๆ ให้ความสำคัญด้านสุขภาพ จึงต้องมีสภาพแวดล้อมที่ดี
ป้ายภายในคลินิกต้องมีอะไรบ้าง
เพื่อจัดระเบียบและสร้างความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ป้ายคลินิกพยาบาลภายในอาคาร จะต้องแสดงข้อมูลเกี่ยวกับค่ารักษาหรือบริการต่าง ๆ โดยคร่าว ไม่ติดตั้งไว้ต่ำหรือใกล้ชิดกับพื้นจนเกินไป ควรติดตั้งในจุดระดับสายตาที่ผู้ใช้บริการเห็นได้ง่าย หรือสามารถทำป้ายดิจิตอลที่ซิงค์ระบบหลังบ้านเพื่อแสดงข้อมูลแบบ real-time ได้ จะแบ่งเป็นหลายประเภท มีดังนี้
- ป้ายห้องตรวจ / ป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
- ป้ายบริเวณเค้าเตอร์ต่าง ๆ
- ป้ายแจ้งสิทธิผู้ป่วย / การแพ้ยา
- ป้ายด้านความปลอดภัย
- ป้ายสำหรับเคาน์เตอร์ยาและจุดบริการลูกค้า
H3: ป้ายห้องตรวจ / ป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
แสดงชื่อแพทย์ผู้ให้บริการ พร้อมหมายเลขใบประกอบวิชาชีพ ถ้าจะใส่ชื่อแพทย์ใช้ชื่อจริง-นามสกุลของแพทย์ พร้อมคำนำหน้า “แพทย์หญิง” หรือ “แพทย์ชาย” ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพจากแพทยสภา และมีรายชื่อในระบบ บางคลินิกจะมีแพทย์หลายท่าน ทำให้มีหลายห้องตรวจ จึงต้องมีป้ายกำกับด้วยว่าแต่ละห้องตรวจนั้นมีแพทย์ท่านไหนรับผิดชอบอยู่ หากมีแพทย์หมุนเวียนโดยใช้ห้องเดียวกัน ต้องคอยอัปเดตข้อมูลให้เป็นล่าสุดเสมอ
ป้ายบริเวณเค้าเตอร์ต่าง ๆ
เพื่อประชาสัมพันธ์ในรายละเอียดยิบย่อยในแต่ละจุดให้บริการ จะมีหลายประเภท
- ป้ายเวชระเบียน
- ป้ายการเงิน
- ป้ายห้องรอพบแพทย์
- ป้ายจุดลงทะเบียน/จุดชำระเงิน
- ป้ายจุดรับยา
ป้ายแจ้งสิทธิผู้ป่วย / การแพ้ยา
ติดไว้ใกล้บริเวณห้องฉีดยา ห้องตรวจ หรือตามจุดที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยา เพื่อแจ้งเตือนสิทธิที่รองรับให้ผู้ใช้บริการทราบ เช่น ประกันสังคม บัตรทอง ฯลฯ รวมถึงป้ายเตือนเรื่องการแพ้ยาเพราะผู้ป่วยต้องแจ้งแพทย์เสมอ หากเป็นป้ายดิจิตอลจะช่วยแสดงข้อมูลที่อัปเดตได้รวดเร็วผ่าน ระบบจัดการข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพได้
ป้ายด้านความปลอดภัย
- ป้ายทางหนีไฟ บอกตำแหน่งบันไดหนีไฟ
- ป้ายถังดับเพลิง บอกตำแหน่งถังดับเพลิง พร้อมวิธีใช้งาน
ตัวอย่าง “ป้ายคลินิกพยาบาล” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
คลินิกที่ดีต้องทำตามกฎกระทรวงและ พ.ร.บ. สคบ. อย่างครบถ้วน โดยหัวข้อนี้จะมาแนะนำตัวอย่างการติดป้ายคลินิกพยาบาลที่ดีและไม่ดีเพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น
ตัวอย่างการติดตั้งป้ายคลินิกพยาบาลภายนอกคลินิก
ต้องมีป้ายชื่อคลินิกหลัก, เลขใบอนุญาตประกอบกิจการ, ป้ายแจ้งวัน–เวลาทำการ, ขอบเขตบริการ ป้ายต้องใช้ชื่อคลินิกตรงตามที่จดทะเบียน หากเนื้อหามีลักษณะโฆษณาทางการแพทย์ ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขก่อน
ตัวอย่างการติดตั้งป้ายคลินิกพยาบาลภายในคลินิก
ป้ายห้องตรวจจะต้องอยู่ควบคู่กับป้ายแสดงรายชื่อแพทย์ที่รับผิดชอบของแต่ละห้องตรวจ และคอยอัปเดทรายชื่อแพทย์ให้เป็นปัจจุบันเสมอหากมีการปรับเปลี่ยน
ภาพเปรียบเทียบป้ายคลินิกพยาบาลที่ “ถูกต้อง vs ผิด”
ป้ายที่ดี font ต้องอ่านง่าย ไม่ใช้ font ที่ดูวัยรุ่นจนเกินไป สีตัวอักษรและพื้นหลังห้ามกลมกลืนกัน ต้องมองออกง่าย
ตัวอย่างมาตรฐานที่ถูกต้อง สำหรับป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล
ขนาดป้ายอนุญาตคลินิกและตัวอักษร
- ขนาดป้ายมาตรฐานคลินิก: กว้างไม่น้อยกว่า 40 cm × ยาวไม่ต่ำกว่า 120 cm
- ขนาดตัวอักษรชื่อคลินิก: ความสูงไม่ต่ำกว่า 10 cm
- ขนาดเลขที่ใบอนุญาติ: ความสูงต้องไม่ต่ำกว่า 5 cm
- วัสดุ: ถ้าเป็นป้ายนอกอาคาร ต้องทนต่อสภาพอากาศ ไม่ชำรุดง่าย เช่น สแตนเลส
มาตรฐานการใช้สีตัวอักษร
ต้องใช้ฟอนต์ที่มีความเป็นทางการ อ่านง่าย โดยป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาลคลินิกแต่ละประเภทจะใช้สีตัวอักษรบนป้ายแตกต่างกัน ตาม กฎกระทรวง ดังนี้
- คลินิกเวชกรรม สีเขียว
- คลินิกทันตกรรม สีม่วง
- คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ สีฟ้า
- คลินิกกายภาพบำบัด สีชมพู
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ สีเลือดหมู
- คลินิกแพทย์แผนไทย สีน้ำเงิน
- คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สีน้ำตาล
- สหคลินิก สีเขียวแก่
วิธีเตรียมตัวก่อนสั่งทำป้ายคลินิกพยาบาล
การขออนุญาตติดป้ายภายนอกอาคารสำหรับคลินิก ในประเทศไทยจะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบมี 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1.ตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
- ข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายในแต่ละพื้นที่ของ เทศบาลหรืออบต. หรือ เขตเมือง
2.เตรียมเอกสารประกอบการขออนุญาต
-
- สำเนาบัตรประชาชน ของเจ้าของคลินิก
- สำเนาทะเบียนบ้าน ของเจ้าของคลินิก
- แผนผังหรือแบบของป้าย: รูปแบบ ขนาดป้ายคลินิก และตำแหน่งที่ต้องการติดตั้ง
- เอกสารการจดทะเบียนการค้า (ถ้ามี)
- ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการคลินิก หรือ ใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข
- หนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร (หากคลินิกตั้งอยู่ในอาคารเช่า)
3.วิธียื่นคำขอ ยื่นที่ไหน?
- ที่สำนักงานเขต หรือ อบต.
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำหรับสถานพยาบาลที่จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตในการติดป้าย
ทำอย่างไรให้ “ป้ายคลินิก” เป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์
การสร้างตัวตนให้ป้ายคลินิกพยาบาลเราดูมีความเป็นเอกลักษณ์ มีหลายปัจจัย ทั้งเรื่อง branding การให้ข้อมูลที่จำเป็น หรือแม้แต่ความสะอาดของตัวป้ายก็สร้างความประทับใจแรกได้เช่นกัน
- Branding มีความเป็นตัวเอง ไม่จำเจ
- Logo และโทนสีต้องมีความสอดคล้องไปใน ธีมเดียวกัน
ข้อควรรู้/ควรระวัง ต่าง ๆ ที่สำคัญ
- ป้ายภายนอก ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการควบคุมอาคาร
- ห้ามแสดงภาพ Before-After เพราะนับว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ
- อัปเดตข้อมูลบนป้ายให้เป็นปัจจุบันเสมอ เพราะอาจผิดต่อกฎหมายการโฆษณา
- ต้องเสียภาษีป้ายประจำปี ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มิฉะนั้นอาจโดนเรียกเก็บย้อนหลังและปรับเงินเพิ่ม ถ้าขนาดป้าย มากกว่า 0.5 ตร.ม. ส่งผลต่ออัตราภาษีที่ต้องชำระ ยิ่งขนาดใหญ่อัตราภาษีจะยิ่งสูงตามพื้นที่ป้าย
สรุป ป้ายคลินิกพยาบาล
หากพูดถึงความสำคัญ ป้ายคลินิกพยาบาลนั้นเป็นทั้งตัวกำหนดภาพลักษณ์ในการดึงดูดผู้ใช้บริการ การมีข้อบังคับทางกฎหมายนั้นอาจทำให้การทำป้ายดูยุ่งยาก แต่การออกแบบป้ายที่ดี เราสามารถนำข้อบังคับที่ยุ่งยากเหล่านี้มาใช้เสริมภาพลักษณ์ให้ดูมีความเป็นมืออาชีพได้
เมื่อคลินิกมีป้ายที่ดี ลูกค้าย่อมสนใจใช้บริการ เมื่อลูกค้าเยอะจึงจำเป็นต้องมีระบบจัดการลูกค้าที่มีคุณภาพ จึงขอแนะนำ DrEase เป็นบริการที่ช่วยในการจัดการระบบมากมายทั้งหน้าร้านหลังร้าน ทำนัด OPD,CRD หรือแม้แต่ ระบบ cloud ทดลองใช้ฟรีตอนนี้ได้เลย

