หน้าแรก / บทความทั้งหมด / ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์? วิธีเทียบต้นทุนคลินิก | Dr.Ease
ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์? วิธีเทียบต้นทุนคลินิก | Dr.Ease
กำลังตัดสินใจซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์ แต่ใบเสนอราคาให้ข้อมูลไม่เหมือนกันใช่ไหม? ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อทีมเทียบราคาเครื่องทั้งก้อนกับค่าเช่าเพียงเดือนแรก วิธีเริ่มคือกำหนดระยะเวลาและจำนวนบริการให้เท่ากัน แล้วรวมค่าติดตั้ง วัสดุ ซ่อม และค่าใช้จ่ายตอนจบสัญญา จึงจะเห็นว่าข้อเสนอไหนเหมาะกับเงินสดและการใช้งานของคลินิก
ต้นทุนรวมต่ำกว่า ยังไม่พอ ถ้าจ่ายแล้วเงินหมุนคลินิกไม่เหลือ
สารบัญเนื้อหา
- สรุปก่อนซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ดู 4 เรื่องนี้พร้อมกัน
- เปรียบเทียบข้อเสนอที่ทำงานเดียวกันได้ก่อน
- ต้นทุนเครื่องมือแพทย์: แยกให้ครบสี่กลุ่ม
- ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ตัวอย่างสมมติ 36 เดือน
- ดูเงินสดที่ต้องใช้ควบคู่กับต้นทุนรวม
- ถ้าปริมาณใช้งานต่ำกว่าเป้า ตัวเลขเปลี่ยนอย่างไร?
- เครื่องหยุด ใครรับผิดชอบ และหยุดได้นานเท่าไร?
- เช็กลิสต์ก่อนเซ็นซื้อหรือเช่า
- เช่าเหมาะกับคลินิกเปิดใหม่เสมอหรือไม่?
- นำตัวเลขไปคุยกับทีมอย่างไรให้ตัดสินใจต่อได้
- คำถามที่พบบ่อยเรื่องซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์
- เตรียมข้อมูลการทำงานของคลินิกก่อนเพิ่มเครื่องใหม่
สรุปก่อนซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ดู 4 เรื่องนี้พร้อมกัน
- เครื่องต้องเหมาะกับบริการและผู้ใช้งาน ก่อนเริ่มเทียบราคา
- รวมต้นทุนช่วงเวลาเดียวกัน แยกเงินประกันออกจากค่าใช้จ่าย
- ตรวจเงินสดตั้งต้นและภาระรายเดือน แม้ต้นทุนรวมจะต่ำกว่า
- ลองกรณีคนใช้น้อยลง ขายต่อไม่ได้ และเครื่องหยุดให้บริการ
ก่อนขอราคา ให้ทีมการแพทย์กำหนดความต้องการใช้งานและความเหมาะสมของเครื่องก่อน การมีเงินพอซื้อไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องเพิ่มบริการนั้น และการเช่าได้ไม่ได้ยืนยันว่าเครื่องหรือผู้ใช้งานผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบข้อเสนอที่ทำงานเดียวกันได้ก่อน
ขอข้อมูลรุ่น สภาพเครื่องใหม่หรือใช้แล้ว อุปกรณ์ที่รวม การติดตั้ง การฝึกใช้ การรับประกัน แผนบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายเมื่อยกเลิกหรือจบสัญญา หากข้อเสนอหนึ่งรวมบริการเหล่านี้แต่อีกข้อเสนอไม่รวม ต้องเติมต้นทุนให้ครบก่อนเทียบ
แนวทาง WHO สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เผยแพร่เมื่อ 4 กันยายน 2569 ยังเน้นการจัดหาเพื่อให้เครื่องทำงานได้ตลอดอายุใช้งาน โดยพิจารณาสเปก การคาดการณ์ใช้ รูปแบบเช่าหรือเช่าซื้อ สัญญาบริการ อะไหล่ และแผนบำรุงรักษาร่วมกัน จึงควรถามว่า “ข้อเสนอนี้ทำให้คลินิกเปิดบริการได้ต่อเนื่องอย่างไร” ควบคู่กับคำถามเรื่องราคา อ่านแนวทางตลอดวงจรใช้งานของ WHO South-East Asia
ต้นทุนเครื่องมือแพทย์: แยกให้ครบสี่กลุ่ม
| กลุ่ม | รายการที่ควรถาม |
|---|---|
| เริ่มใช้งาน | ราคาเครื่องหรือเงินเริ่มต้น ขนส่ง ติดตั้ง ปรับห้อง และฝึกใช้ |
| ตลอดสัญญา | ค่าเช่าหรือค่างวด บำรุงรักษา ตรวจสมรรถนะ และประกันที่เกี่ยวข้อง |
| ตามปริมาณใช้ | วัสดุสิ้นเปลือง ค่าใช้ต่อครั้ง และขั้นต่ำที่ต้องซื้อ |
| จบการใช้งาน | ค่ารื้อถอน ส่งคืน ซื้อขาด หรือมูลค่าขายต่อที่มีหลักฐานรองรับ |
เงินประกันที่คาดว่าจะได้คืนควรแยกเป็นเงินสดที่ถูกผูกไว้ ไม่เหมารวมเป็นค่าใช้จ่ายถาวร ส่วนการซื้อผ่อนให้แยกเงินดาวน์ ผลรวมค่างวด ค่าธรรมเนียม และยอดสุดท้ายตามสัญญา อย่านำราคาเงินสดมาบวกค่างวดทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง

ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ตัวอย่างสมมติ 36 เดือน
สมมติว่าทั้งสองข้อเสนอให้บริการแบบเดียวกันและประเมินการใช้รวม 1,440 ครั้งใน 36 เดือน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้สอนวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาดหรือใบเสนอราคาจริง
| รายการ | ซื้อ | เช่า |
|---|---|---|
| ราคาเครื่อง | 600,000 บาท | — |
| ค่าเริ่มต้นและติดตั้ง | 30,000 บาท | 15,000 บาท |
| ค่าเช่า 18,000 บาท × 36 เดือน | — | 648,000 บาท |
| บำรุงรักษารวมช่วงที่ประเมิน | 60,000 บาท | รวมในค่าเช่าตามสมมติฐาน |
| วัสดุ 100 บาท × 1,440 ครั้ง | 144,000 บาท | 144,000 บาท |
| รวมก่อนมูลค่าคงเหลือ | 834,000 บาท | 807,000 บาท |
| มูลค่าขายต่อสมมติ | หัก 120,000 บาท | 0 บาท |
| ต้นทุนสุทธิในแบบจำลอง | 714,000 บาท | 807,000 บาท |

ภายใต้สมมติฐานนี้ ซื้อมีต้นทุนสุทธิน้อยกว่า 93,000 บาท แต่ถ้าขายต่อไม่ได้เลย ฝั่งซื้อจะเป็น 834,000 บาท ซึ่งมากกว่าเช่า 27,000 บาท ความมั่นใจเรื่องมูลค่าคงเหลือจึงเปลี่ยนคำตอบได้
แบบจำลองนี้ไม่ใช่การวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบันสุทธิ ไม่รวมภาษี ต้นทุนเงินทุน ค่าแรง ค่าห้อง หรือความเสียหายจากเครื่องหยุด ควรเติมรายการที่ต่างกันจริงและให้ฝ่ายบัญชีตรวจวิธีเปรียบเทียบภาษีและกระแสเงินสดก่อนตัดสินใจ
ดูเงินสดที่ต้องใช้ควบคู่กับต้นทุนรวม
การซื้อในตัวอย่างต้องเตรียมราคาเครื่องและติดตั้งรวม 630,000 บาทตั้งต้น ส่วนเช่ามีค่าเริ่มต้น 15,000 บาทและค่าเช่าตามรอบ เงินสดที่เหลือใช้ต่างกัน แม้ทางเลือกหนึ่งมีต้นทุนสุทธิระยะยาวต่ำกว่า จึงควรดูว่าเมื่อจ่ายแล้วคลินิกยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำและเหตุไม่คาดคิดหรือไม่
ลองเปลี่ยนจำนวนใช้จาก 40 เป็น 20 และ 60 ครั้งต่อเดือน แล้วดูทั้งต้นทุนต่อครั้งและความสามารถจ่ายตามสัญญา อย่าใช้จำนวนคนที่ทักถามแทนจำนวนบริการที่เกิดขึ้นจริง และอย่านำยอดขายรวมมาแทนเงินเหลือหลังหักต้นทุน
ถ้าปริมาณใช้งานต่ำกว่าเป้า ตัวเลขเปลี่ยนอย่างไร?
คงระยะเวลา 36 เดือน มูลค่าขายต่อสมมติ 120,000 บาท และค่าวัสดุเท่ากันที่ 100 บาทต่อครั้ง แล้วเปลี่ยนเฉพาะจำนวนใช้ จะได้ตัวอย่างต่อไปนี้
| ใช้ต่อเดือน | จำนวนใช้ตลอด 36 เดือน | ซื้อสุทธิ | เช่ารวม |
|---|---|---|---|
| 20 ครั้ง | 720 ครั้ง | 642,000 บาท | 735,000 บาท |
| 40 ครั้ง | 1,440 ครั้ง | 714,000 บาท | 807,000 บาท |
| 60 ครั้ง | 2,160 ครั้ง | 786,000 บาท | 879,000 บาท |
ส่วนต่างยังเป็น 93,000 บาททุกแถว เพราะตั้งค่าวัสดุต่อครั้งเท่ากัน แต่เมื่อใช้เครื่องน้อยลง ต้นทุนคงที่ถูกเฉลี่ยลงในจำนวนบริการที่น้อยลง จึงไม่ควรดูเพียงว่าซื้อถูกกว่าเช่าแล้วสรุปว่าการลงทุนคุ้ม หากข้อเสนอจริงมีขั้นต่ำหรือค่าวัสดุต่างกัน ต้องคำนวณใหม่ ไม่ใช้ตารางนี้แทนใบเสนอราคา
เครื่องหยุด ใครรับผิดชอบ และหยุดได้นานเท่าไร?
สอบถามให้เป็นเงื่อนไขที่ตรวจได้ เช่น เวลาตอบรับปัญหา เวลาที่ช่างเข้าตรวจ ใครจ่ายค่าอะไหล่ มีเครื่องทดแทนหรือไม่ และใช้ได้ในกรณีใด คำว่า “มีบริการหลังการขาย” ยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ครบ
WHO แยกการตรวจสมรรถนะ การตรวจความปลอดภัย และการบำรุงรักษาเชิงป้องกันไว้ในแนวทางดูแลเครื่องมือแพทย์ จึงไม่ควรเลือกสัญญาที่ละเลยงานเหล่านี้เพียงเพื่อลดค่าใช้จ่าย แนวทางบำรุงรักษาของ WHO
เตรียมการสื่อสารและวิธีรับช่วงงานเมื่อบริการสะดุดควบคู่กับสัญญาซ่อม โดยดูแนวคิดเรื่องเลขอ้างอิงและรายการค้างใน แผนรับมืออินเทอร์เน็ตคลินิกหลุด แล้วปรับให้ตรงกับเหตุเครื่องมือขัดข้องจริง
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นซื้อหรือเช่า
- รุ่นเครื่อง ขอบเขตบริการ และข้อกำหนดผู้ใช้งานผ่านการตรวจโดยผู้รับผิดชอบ
- เทียบจำนวนเดือนและปริมาณใช้เท่ากัน
- แยกเงินประกัน ค่างวด ค่าเช่า และยอดซื้อขาดอย่างชัดเจน
- มีข้อกำหนดวัสดุขั้นต่ำ การซ่อม เครื่องทดแทน และการคืนเครื่อง
- ทดสอบกรณีใช้ต่ำกว่าเป้าและมูลค่าขายต่อเป็นศูนย์
- ตรวจทั้งต้นทุนรวม เงินสดตั้งต้น และความสามารถจ่ายรายเดือน
เช่าเหมาะกับคลินิกเปิดใหม่เสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ สัญญาเช่าที่มีขั้นต่ำสูงหรือออกจากสัญญายากอาจไม่เหมาะกับยอดใช้งานที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ซื้อก็อาจผูกเงินสดมากเกินไป คำตอบควรมาจากความเหมาะสมทางคลินิก ข้อเสนอจริง และตัวเลขของกิจการ อ่านประกอบเรื่อง ความพร้อมลงทุนเปิดคลินิก
นำตัวเลขไปคุยกับทีมอย่างไรให้ตัดสินใจต่อได้
ก่อนนัดประชุม ให้ผู้ขอซื้อรวบรวมใบเสนอราคาที่ระบุรุ่นและบริการเดียวกัน ผู้จัดการตรวจจำนวนบริการที่เกิดขึ้นจริงและเวลาที่เครื่องพร้อมใช้ ส่วนฝ่ายบัญชีเติมกำหนดจ่าย เงินประกัน และรายการที่ยังไม่รวมในราคา หากช่องใดยังไม่รู้ ให้เขียนว่า “รอผู้เสนอราคายืนยัน” พร้อมชื่อคนตามเรื่อง ไม่เติมศูนย์เพื่อให้ตารางดูครบ
จากนั้นสรุปผลเป็นสามคำถาม: ข้อเสนอใดตอบความต้องการทางคลินิกได้ ข้อเสนอใดมีต้นทุนรวมเหมาะสมภายใต้สมมติฐานที่รับได้ และหลังจ่ายแล้วกิจการยังรับค่าใช้จ่ายประจำไหวหรือไม่ หากคำตอบเปลี่ยนเพียงเพราะเพิ่มมูลค่าขายต่อที่ยังไม่ยืนยัน ควรรอหลักฐานส่วนนั้นก่อนลงนาม
เมื่อประเมินจำนวนครั้งที่จะใช้เครื่อง ให้ตรวจ ตารางแพทย์และคิวที่รองรับได้จริง ควบคู่กับต้นทุนผู้ให้บริการตาม วิธีคิดค่า DF และก่อนเปิดโปรโมตบริการใหม่ ให้ทีมตรวจ ภาพและข้อความโฆษณาคลินิก ให้พร้อม
คำถามที่พบบ่อยเรื่องซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์
ค่าเช่ารวมสูงกว่าราคาซื้อ แปลว่าควรซื้อเลยไหม?
ยังสรุปไม่ได้ ต้องเติมค่าเริ่มต้น บำรุงรักษา วัสดุ และมูลค่าคงเหลือของฝั่งซื้อให้ครบ แล้วตรวจเงินสดที่ต้องจ่ายด้วย การซื้อที่ดูถูกกว่าอาจทำให้เงินหมุนเวียนตึง หรือทำให้ต้องรับภาระซ่อมที่ยังไม่ได้ตั้งงบ
เงินประกันต้องใส่ในต้นทุนรวมไหม?
ถ้าคาดว่าจะได้รับคืนครบ ให้แสดงเป็นเงินสดที่ถูกผูกไว้และระบุเวลาคืนแยกต่างหาก หากมีส่วนที่ไม่คืน หรือคาดว่าจะถูกหักตามเงื่อนไข ให้แยกส่วนนั้นเป็นค่าใช้จ่าย อย่าตัดเงินประกันออกจากแผนเงินสดเพียงเพราะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายถาวร
ตัวเลข 36 เดือนใช้กับสัญญาจริงได้ทุกฉบับไหม?
ไม่ได้ 36 เดือนเป็นระยะเวลาตัวอย่าง ต้องเปลี่ยนตามสัญญาและช่วงที่ต้องการใช้งานจริง รวมยอดซื้อขาด ค่าคืนเครื่อง และค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นด้วย หากเวลาจ่ายต่างกันมาก ควรให้ฝ่ายบัญชีช่วยพิจารณามูลค่าเงินตามเวลาเพิ่มเติม
ซื้อผ่อนกับเช่าเหมือนกันหรือไม่?
ไม่ควรเหมารวม ให้ตรวจสิทธิในเครื่องเมื่อจบสัญญา ยอดสุดท้าย ภาระซ่อม และเงื่อนไขคืนหรือยกเลิกจากเอกสารจริง การจ่ายเป็นรายเดือนไม่ได้ยืนยันว่าผลทางสัญญา ภาษี หรือบัญชีเหมือนกัน
ตรวจแหล่งข้อมูล 7 กันยายน 2569 · ตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับอธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาดหรือผลตอบแทนที่รับรอง
