บทความ

หน้าแรก / บทความทั้งหมด / ถ่ายรูปก่อน-หลังลงเพจ ขอลูกค้ายังไงถึงจะโพสต์ได้สบายใจ?

ถ่ายรูปก่อน-หลังลงเพจ ขอลูกค้ายังไงถึงจะโพสต์ได้สบายใจ?

หมอและเจ้าของคลินิกดูภาพถ่ายก่อน-หลังบนแท็บเล็ต พร้อมใบยินยอมบนโต๊ะ

ถ่ายรูปก่อน-หลังของลูกค้าแล้วอยากลงเพจ คำตอบสั้น ๆ คือลงได้ ถ้าขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ก่อน และเก็บหลักฐานให้ค้นย้อนได้ ปัญหาที่คลินิกส่วนใหญ่เจอไม่ใช่ลูกค้าไม่ยอม แต่เป็นการขอแบบปากเปล่าตอนคนไข้กำลังรีบกลับ พอมีเรื่องขึ้นมาทีหลังจึงไม่มีอะไรยืนยัน บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่ขอตอนไหน แบบฟอร์มต้องมีอะไร เก็บไว้ที่ไหน เขียนแคปชันอย่างไรไม่ให้ผิดกฎ และถ้าลูกค้าขอให้ลบต้องทำอะไรบ้าง

💡 สรุปสั้น

การโพสต์รูปก่อน-หลังต้องมีเอกสารยินยอมที่ระบุชัดว่าใช้เพื่อการตลาดและเก็บไว้นานเท่าไร พร้อมให้ลูกค้าเพิกถอนได้ตลอด นอกจากนี้ต้องไม่อ้างสรรพคุณเกินจริงและควรเก็บหลักฐานการให้ความยินยอมไว้อย่างปลอดภัย

สารบัญเนื้อหา

ทำไมต้องขอความยินยอมก่อนโพสต์รูปก่อน-หลัง

เพราะรูปก่อน-หลังถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพที่ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งตาม พ.ร.บ. PDPA รูปภาพใบหน้า ก่อน-หลัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ระบุตัวตนได้ ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และเนื่องจากเป็นข้อมูลสุขภาพด้วย จึงอยู่ในประเภท “ข้อมูลอันละเอียดอ่อน” ที่ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งก่อนนำไปใช้

คลินิกที่เคยโพสต์รูปลูกค้าโดยไม่ขออนุญาต เสี่ยงโดนร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือถ้าลูกค้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย คลินิกอาจต้องจ่ายค่าชดเชยจากการละเมิดความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ โซเชียลมีเดียอาจดำเนินการตามนโยบายชุมชนของตนเองหากได้รับรายงานว่ามีการใช้ภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต

แม้ว่าลูกค้าจะไม่ได้โกรธหรือบอกว่า “โพสต์ได้” ปากเปล่า แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร คลินิกก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลูกค้ายินยอมจริง ดังนั้นการขอความยินยอมแบบมีเอกสารจึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด

3 องค์ประกอบสำคัญของใบยินยอมถ่ายรูปคนไข้ ที่ใช้ได้จริงตอนมีเรื่อง

แบบฟอร์มขอความยินยอมที่ดีต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่ให้ลูกค้าเซ็นชื่อแล้วจบ องค์ประกอบหลักที่ต้องมีคือ

1

ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน — ต้องบอกว่าจะเอารูปไปใช้ทำอะไร เช่น “เพื่อการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์บริการของคลินิกผ่านเพจ Facebook, Instagram, Line OA และเว็บไซต์” ห้ามเขียนคลุมเครือแบบ “เพื่อประโยชน์ของคลินิก”
2

ระยะเวลาการใช้ข้อมูล — บอกว่าจะเก็บรูปไว้นานแค่ไหน เช่น “ตลอดระยะเวลาที่โพสต์อยู่บนเพจ หรือจนกว่าลูกค้าจะขอให้ลบ” หรืออาจกำหนดระยะเวลาชัดเจนตามนโยบายการจัดเก็บของคลินิก แล้วลบทิ้งเมื่อหมดระยะ
3

สิทธิในการเพิกถอน — ต้องบอกให้ลูกค้ารู้ว่าสามารถเปลี่ยนใจและขอให้ลบรูปได้ตลอดเวลา โดยติดต่อผ่านช่องทางไหน เช่น “สามารถขอให้ลบรูปได้ทุกเมื่อผ่าน LINE @drease หรือโทร 092-641-4296″

แบบฟอร์มควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าเขียนชื่อ-นามสกุล ลงวันที่ และลงลายมือชื่อ พร้อมระบุว่า “ข้าพเจ้ายินยอมให้คลินิกใช้รูปถ่ายก่อน-หลังการรักษาของข้าพเจ้าเพื่อการตลาด” ถ้ามีช่องให้เลือก เช่น “ยินยอมให้แสดงใบหน้าชัดเจน” หรือ “ยินยอมแต่ขอปิดดวงตา” ก็จะยิ่งดี เพราะบางคนอาจยินยอมโพสต์ได้แต่อยากปกปิดตัวตนบางส่วน

ตัวอย่างแบบฟอร์มที่ใช้จริงได้

คลินิกสามารถจัดทำแบบฟอร์มที่มีหัวข้อดังนี้ “หนังสือยินยอมให้ใช้ภาพถ่ายเพื่อการตลาด” แล้วระบุรายละเอียดประมาณนี้

  • ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ยินยอมให้ [ชื่อคลินิก] ใช้ภาพถ่ายก่อน-หลังการรักษาของข้าพเจ้าเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึง Facebook, Instagram, LINE OA และเว็บไซต์
  • ข้าพเจ้าทราบว่าภาพดังกล่าวจะถูกเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่ปรากฏบนสื่อ หรือจนกว่าข้าพเจ้าจะขอให้ลบ
  • ข้าพเจ้าสามารถเพิกถอนความยินยอมนี้ได้ตลอดเวลาโดยติดต่อผ่าน LINE @drease หรือโทร 092-641-4296

ส่วนท้ายของฟอร์มให้มีช่องลงชื่อ วันที่ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แบบฟอร์มนี้ควรพิมพ์ 2 ชุด ให้ลูกค้าเก็บ 1 ชุด คลินิกเก็บ 1 ชุด เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งในภายหลัง

ผัง 4 จังหวะของการขอความยินยอมก่อนถ่ายรูปก่อน-หลังและโพสต์ลงเพจคลินิก
ขั้นตอนขอความยินยอมโพสต์รูปก่อน-หลัง ที่ถูกต้อง — ตั้งแต่ในวันทำหัตถการ

ขั้นตอนขอความยินยอมโพสต์รูปก่อน-หลัง ที่ถูกต้อง — ตั้งแต่ในวันทำหัตถการ

ขอความยินยอมที่ถูกต้องต้องอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจจริงว่ารูปจะถูกใช้อย่างไร และเก็บหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ขั้นตอนที่ดีควรเป็นดังนี้

ก่อนเริ่มหัตถการ พนักงานควรบอกลูกค้าว่า “หากผลลัพธ์ออกมาดี คลินิกอยากขออนุญาตถ่ายรูปก่อน-หลังเพื่อนำไปโพสต์บนเพจ โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้แสดงใบหน้าชัดเจนหรือต้องการปิดดวงตา” การบอกล่วงหน้าทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกเคารพ ไม่ใช่ถูกบังคับหลังทำเสร็จแล้ว

หลังหัตถการเสร็จ เมื่อผลลัพธ์ออกมาสวยงามและลูกค้าพอใจ ให้พนักงานถามอีกครั้งว่า “คุณลูกค้าพอใจกับผลไหมคะ ถ้าพอใจ ขออนุญาตถ่ายรูปก่อน-หลังเพื่อนำไปโพสต์บนเพจได้ไหมคะ” ถ้าลูกค้าตอบตกลง ให้นำแบบฟอร์มยินยอมมาให้อ่านและลงลายมือชื่อ อย่าเซ็นแทนหรือบอกว่า “แค่เซ็นชื่อนะคะ” โดยไม่ให้อ่าน เพราะถ้าเกิดปัญหาภายหลัง ลูกค้าอาจอ้างได้ว่าไม่รู้ว่าเซ็นอะไร

ถ่ายรูปในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ควรถ่ายในห้องที่รกรุงรัง หรือมีคนอื่นปรากฏในเฟรม เพราะจะทำให้รูปดูไม่เป็นมืออาชีพ และอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนอื่นด้วย ควรถ่ายในห้องตรวจที่สะอาด มีแสงสว่างพอดี และมีพื้นหลังที่เรียบง่าย

เก็บแบบฟอร์มอย่างปลอดภัย หลังจากลูกค้าเซ็นชื่อแล้ว ให้เก็บแบบฟอร์มในแฟ้มประวัติหรือสแกนเก็บในระบบคลินิกอย่าง Dr.Ease ซึ่งช่วยให้เรียกดูเอกสารได้ทันทีเมื่อต้องการ โดยไม่ต้องค้นกองกระดาษ ตามหลักการของ PDPA คลินิกควรเก็บเอกสารไว้ตามระยะเวลาที่ระบุในแบบฟอร์มหรือตามนโยบายการจัดเก็บของตนเอง เพื่อให้สามารถตอบสนองคำขอจากเจ้าของข้อมูลหรือพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎหมายได้

ข้อควรระวังตอนเขียนแคปชันรูปก่อน-หลังของคลินิกความงาม

แม้จะได้ความยินยอมจากลูกค้าแล้ว แต่ถ้าเขียนแคปชันผิด ก็อาจโดนแจ้งความหรือถูกโซเชียลมีเดียดำเนินการได้ กฎหมายควบคุมยาและเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 และพ.ร.บ. วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ห้ามอ้างสรรพคุณรักษาโรคโดยตรงหรือใช้คำเปรียบเทียบที่เกินจริง เพราะเป็นการรับประกันผลลัพธ์ซึ่งผิดกฎหมาย

⚠️ ข้อควรระวัง

ห้ามใช้คำว่า “รักษาหาย” “หายขาด” “ไม่กลับมา” หรือ “เทียบเท่าศัลยกรรม” เพราะเป็นการรับประกันผลลัพธ์ซึ่งผิดกฎหมาย ถ้าโดนแจ้งความอาจถูกปรับหรือถูกถอนใบอนุญาต

คำที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาโพสต์รูปก่อนหลัง คลินิก

  • “รักษาหายขาด” หรือ “หายสนิท” — เพราะเป็นการรับประกันผล ซึ่งไม่มีหัตถการใดรับประกันได้อย่างแน่นอน
  • “เทียบเท่าศัลยกรรม” — ถ้าไม่ใช่ศัลยกรรมจริง ห้ามใช้คำนี้
  • “ไม่มีผลข้างเคียง” — ทุกหัตถการมีความเสี่ยง ห้ามอ้างว่าไม่มีเลย
  • ระวังการระบุตัวเลขเฉพาะเจาะจงเกินไป — ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน

คำที่ใช้แทนได้

แทนที่จะพูดว่า “รักษาหายขาด” ให้ใช้ “ผลลัพธ์ที่พอใจ” หรือ “ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น” แทนคำว่า “เทียบเท่าศัลยกรรม” ให้ใช้ “ผลลัพธ์ชัดเจน” หรือ “ช่วยให้ใบหน้าดูกระชับขึ้น” และแทนที่จะบรรยายด้วยตัวเลขที่เฉพาะเจาะจง ให้บรรยายว่า “ริ้วรอยตีนกาดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด” แคปชันที่ดีควรเน้นประสบการณ์ของลูกค้ามากกว่าการอ้างผลการรักษา เช่น “คุณลูกค้าพอใจกับผลลัพธ์มาก รู้สึกมั่นใจขึ้นหลังทำ” หรือ “ขอบคุณที่ไว้วางใจให้เราดูแลผิวนะคะ”

เก็บหลักฐานการโพสต์รูปก่อนหลัง คลินิก อย่างไรให้ค้นง่ายและปลอดภัย

คลินิกที่มีลูกค้าเยอะมักเจอปัญหาว่าเวลาลูกค้าขอให้ลบรูป ไม่รู้ว่าแบบฟอร์มยินยอมอยู่ที่ไหน หรือลืมว่าเคยโพสต์รูปนี้ไว้ที่โพสต์ไหน การจัดเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบจึงสำคัญมาก

สร้างระบบไฟล์ตามชื่อลูกค้า — ถ้าเก็บเป็นกระดาษ ให้ใส่แฟ้มประวัติของลูกค้าแต่ละคน ถ้าเก็บดิจิทัล ให้ตั้งชื่อไฟล์เป็น “Consent_ชื่อ-นามสกุล_วันที่” เช่น “Consent_สมหญิง-ใจดี_20260515.pdf” จะทำให้ค้นหาง่ายเมื่อจำเป็น

ใช้ระบบคลินิกที่เก็บไฟล์แนบได้ — ระบบอย่าง Dr.Ease ช่วยให้คลินิกสแกนแบบฟอร์มยินยอมแล้วแนบเข้ากับประวัติการรักษาของลูกค้าได้ทันที เมื่อลูกค้าติดต่อมาขอให้ลบรูป พนักงานสามารถเปิดประวัติขึ้นมาเช็คได้ว่าเคยให้ความยินยอมเมื่อไหร่ และโพสต์ไปแล้วที่ไหนบ้าง

สร้างบันทึกการโพสต์ — แต่ละครั้งที่โพสต์รูปก่อน-หลัง ให้จดบันทึกว่าโพสต์เมื่อไหร่ ที่ไหน (Facebook/Instagram/Line) ลิงก์โพสต์คืออะไร เพื่อว่าถ้าลูกค้าขอให้ลบ คลินิกจะได้รู้ว่าต้องไปลบโพสต์ไหนบ้าง บางคลินิกใช้สเปรดชีตง่ายๆ มี 4 คอลัมน์ “ชื่อลูกค้า | วันที่โพสต์ | ช่องทาง | ลิงก์โพสต์” ก็เพียงพอแล้ว

ตั้งเตือนทบทวนความยินยอม — ถ้าแบบฟอร์มระบุระยะเวลาการเก็บข้อมูลไว้ชัดเจน ควรตั้งเตือนในระบบว่าหมดอายุเมื่อไหร่ แล้วลบโพสต์และไฟล์ออกเมื่อครบกำหนด เพื่อไม่ให้ใช้รูปเกินระยะเวลาที่ลูกค้ายินยอม

ลูกค้าขอให้ลบรูปก่อน-หลัง ทำอย่างไร

บางครั้งลูกค้าอาจเปลี่ยนใจและขอให้ลบรูปทั้งที่เคยยินยอมแล้ว ซึ่งคลินิกต้องดำเนินการตามที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม หรือภายในกรอบระยะเวลาที่สมควรตามหลักการของกฎหมาย PDPA ขั้นตอนที่ควรทำคือ

สถานการณ์ที่เจอบ่อยคือลูกค้าโทรมาด่วนตอนเช้าวันจันทร์ว่า “แฟนเห็นรูปบนเพจแล้วถามว่าไปทำที่ไหน ขอให้ลบด่วนค่ะ” หรือลูกค้าที่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่แล้วกังวลว่าเพื่อนร่วมงานจะเห็นรูปที่ทำฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ บางรายโทรมาตอนกลางคืนเพราะเพิ่งรู้ว่ารูปยังอยู่บนเพจ

รับเรื่องและยืนยันตัวตน — เมื่อลูกค้าติดต่อมาขอลบรูป ให้พนักงานขอยืนยันตัวตนก่อนด้วยเลขประจำตัวประชาชนหรือเบอร์โทรที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อป้องกันการแอบอ้าง จากนั้นบันทึกคำขอและแจ้งลูกค้าว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ในทางปฏิบัติถ้าลูกค้าร้องขอแบบด่วน ควรลบให้เร็วที่สุดเพื่อแสดงให้เห็นว่าคลินิกเคารพสิทธิของลูกค้าจริงจัง

ลบโพสต์ทุกช่องทาง — เช็คบันทึกการโพสต์ว่ารูปของลูกค้าคนนี้โพสต์ไว้ที่ไหนบ้าง แล้วลบออกจากทุกช่องทาง ทั้ง Facebook, Instagram, Line OA และเว็บไซต์ ห้ามแอบเก็บไว้ที่ไหนต่อ ถ้ามีโพสต์ที่รูปลูกค้าคนนี้ปรากฏร่วมกับลูกค้าคนอื่น ให้พิจารณาว่าจะครอปหรือเบลอเฉพาะส่วนของลูกค้าที่ขอลบ หรือถ้าครอปไม่ได้ก็ต้องลบโพสต์ทั้งหมด

ลบไฟล์ดิจิทัล — ลบไฟล์รูปออกจากเซิร์ฟเวอร์และระบบคลินิกด้วย แต่แบบฟอร์มยินยอมควรเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าเคยได้รับความยินยอมมาก่อน กรณีที่ลูกค้าเปลี่ยนใจมาฟ้อง คลินิกจะได้มีหลักฐานพิสูจน์ได้

ยืนยันกลับไปหาลูกค้า — หลังดำเนินการเสร็จให้ติดต่อลูกค้ากลับไปยืนยันว่าลบรูปเรียบร้อยแล้ว และถามว่ามีอะไรให้ช่วยอีกไหม การตอบสนองรวดเร็วและมืออาชีพจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคลินิกใส่ใจสิทธิของเขา หลายกรณีลูกค้าที่เคยขอลบรูปกลับมาใช้บริการอีกครั้งเพราะประทับใจการดูแลที่รวดเร็ว

เคสพิเศษ — ถ่ายรูปก่อน-หลัง เด็กหรือผู้เยาว์

ถ้าลูกค้าอายุต่ำกว่า 20 ปี ตามหลักการของ PDPA บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์อาจต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอมแทนในบางกรณี โดยเฉพาะข้อมูลอันละเอียดอ่อน แบบฟอร์มยินยอมต้องระบุชื่อผู้ปกครอง ความสัมพันธ์ (บิดา/มารดา/ผู้อนุบาล) และเลขประจำตัวประชาชนของผู้ปกครองด้วย

ถ้าเป็นเด็กเล็กมาก ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการโพสต์รูปเด็กมีความเสี่ยงสูงในเรื่องความปลอดภัย บางคลินิกเลือกที่จะไม่โพสต์รูปเด็กเลย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา หรือถ้าจำเป็นต้องโพสต์ ก็ควรปิดใบหน้าหรือเบลอจนไม่สามารถระบุตัวตนได้

เครื่องมือช่วยให้จัดการรูปก่อน-หลัง ง่ายขึ้น

ตัวเลขช่วงเวลาที่ยกในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน — ให้ยึดนโยบายที่คลินิกกำหนดเอง คลินิกที่ไม่มีระบบมักเจอปัญหาหลายอย่าง เช่น พนักงานคนหนึ่งโพสต์รูปไปแล้วบนเพจ แต่พอลูกค้าโทรมาถามอีกคนว่า “รูปโพสต์แล้วหรือยัง” ก็ต้องเสียเวลาเช็คทีละโพสต์ หรือกรณีที่แบบฟอร์มยินยอมหายไปตอนย้ายคลินิกหรือพนักงานคนเก่าออก ทำให้ไม่มีหลักฐานเวลาลูกค้าขอให้ลบรูป บางคลินิกใช้โฟลเดอร์ Google Drive แต่ไฟล์กระจัดกระจายจนไม่รู้ว่าชื่อไฟล์ไหนเป็นของใคร

ระบบคลินิกที่ดีควรช่วยให้คุณผูกรูปกับประวัติลูกค้าตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่อัปโหลดไปที่ไหนสักที่แล้วลืม เช่น เมื่ออัปโหลดรูปก่อน-หลังของคุณสมหญิง ระบบควรเก็บไว้ในโฟลเดอร์ของคุณสมหญิงโดยเฉพาะ พร้อมแสดงว่ารูปนี้ถ่ายวันไหน หัตถการอะไร และลูกค้าเซ็นยินยอมวันไหน เพื่อว่าพอคุณสมหญิงโทรมาถามว่า “ฉันโพสต์รูปไปแล้วหรือยัง” หรือ “ขอให้ลบรูปหน่อย” คุณก็สามารถเปิดประวัติขึ้นมาตอบได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาค้นกองกระดาษหรือพลิก Google Drive

การจัดการรูปก่อน-หลังไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเป็นโอกาสในการติดตามผลลัพธ์และปรับปรุงบริการ ระบบคลินิกที่ดีควรมีฟีเจอร์ที่ช่วย

  • อัปโหลดรูปก่อน-หลังเข้าประวัติลูกค้า — เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ในแต่ละครั้งที่มานัดติดตาม
  • แนบไฟล์แบบฟอร์มยินยอม — สแกนแล้วเก็บไว้ในระบบ ไม่ต้องเสียเวลาหาในกองกระดาษ
  • ส่งข้อความเตือนนัดติดตามผล — เมื่อถึงเวลาที่ควรถ่ายรูปหลังอีกครั้ง ระบบแจ้งเตือนพนักงานให้ติดต่อลูกค้าอัตโนมัติ

ถ้าคลินิกยังใช้แฟ้มกระดาษและจดบันทึกด้วยมือ การเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลจะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาด ลองทดลองใช้ Dr.Ease ฟรี 14 วัน ได้เลย ไม่ต้องผูกบัตร หรือทักทีมงานให้ช่วยดูเคสของคลินิกคุณ จะได้รู้ว่าการจัดการคลินิกด้วยระบบที่ดีช่วยให้โพสต์รูปก่อน-หลังได้สบายใจและถูกกฎหมายมากขึ้นแค่ไหน

การจัดการ แบบกระดาษ แบบดิจิทัล
ค้นหาแบบฟอร์มยินยอม ต้องพลิกแฟ้ม อาจหาไม่เจอ พิมพ์ชื่อลูกค้าเจอทันที
ติดตามโพสต์ที่ใช้รูปก่อนหลัง คลินิก ต้องจดสมุดแยก มักลืม ระบบเก็บลิงก์ไว้อัตโนมัติ
ลูกค้าขอลบรูป ไม่รู้ว่าโพสต์ไว้ที่ไหนบ้าง ดูประวัติแล้วลบทุกช่องทางได้เลย
เตือนทบทวนความยินยอม ลืมเป็นประจำ อาจผิดสัญญา ตั้งเตือนอัตโนมัติ ไม่พลาด

อ่านต่อในเรื่องใกล้กัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการโพสต์รูปก่อน-หลัง

ถ้าลูกค้าบอกปากเปล่าว่าโพสต์ได้ แต่ไม่เซ็นเอกสาร จะมีปัญหาไหม

มีปัญหา เพราะคลินิกพิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกค้ายินยอมจริง ถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจและฟ้องภายหลัง คลินิกไม่มีหลักฐานป้องกันตัว ควรมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ

ลูกค้าเคยเซ็นยินยอมไว้ตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปต้องขออีกไหม

ถ้าแบบฟอร์มระบุว่าใช้ได้ตลอดหรือจนกว่าลูกค้าจะเพิกถอน ก็ไม่ต้องขออีก แต่ถ้าระบุระยะเวลาชัดเจนและหมดอายุแล้ว ก็ต้องขอใหม่

โพสต์รูปก่อนหลัง คลินิก แบบปิดดวงตาหรือเบลอใบหน้า ยังต้องขออนุญาตไหม

ต้อง เพราะถึงแม้จะปิดดวงตาหรือเบลอ แต่ถ้ายังระบุตัวตนได้จากรูปร่างหน้าตาหรือรอยไฝ ก็ยังถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ควรขออนุญาตให้ครบถ้วน

ถ้าลูกค้าขอให้ลบรูป แต่รูปนั้นมีคนแชร์ไปแล้วจำนวนมาก ต้องทำอย่างไร

คลินิกต้องลบโพสต์ต้นฉบับที่ตัวเองโพสต์ แต่ไม่สามารถควบคุมคนที่แชร์ไปแล้วได้ อย่างไรก็ตาม การลบต้นฉบับจะทำให้คนที่แชร์เห็นว่าโพสต์ต้นทางหายไป ซึ่งจะลดการแพร่กระจายต่อ

ถ้าลูกค้าขอให้ลบรูปหลังจากที่เราโพสต์ไปนานแล้ว เราสามารถปฏิเสธได้ไหม

ปฏิเสธไม่ได้ เพราะลูกค้ามีสิทธิเพิกถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาตามกฎหมาย PDPA คลินิกต้องดำเนินการลบตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มหรือภายในกรอบเวลาที่สมควร

ลูกค้าไม่ยอมเซ็นกระดาษ แต่บอกว่าโพสต์รูปก่อนหลัง คลินิก ได้ ทำยังไง

ถ้าลูกค้าไม่ยอมเซ็นเอกสาร แต่บอกว่าโพสต์ได้ ให้ขอบันทึกเป็นข้อความแชท (เช่น LINE) หรือบันทึกเสียงที่ลูกค้ายินยอมให้บันทึก แล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมบันทึกว่าลูกค้าปฏิเสธการเซ็นเอกสารแต่ยินยอมด้วยวาจาเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม หลักฐานแบบนี้อ่อนกว่าเอกสารเซ็นชื่อ ควรแนะนำลูกค้าว่าเอกสารช่วยปกป้องทั้งสองฝ่าย

ถ้าลูกค้าแชร์รูปเองบนเพจตัวเอง เราเอามาโพสต์ได้เลยไหม

ไม่ได้ เพราะการที่ลูกค้าโพสต์รูปเองไม่ได้หมายความว่ายินยอมให้คลินิกนำไปใช้ต่อ คุณยังต้องขออนุญาตอย่างชัดแจ้งก่อนนำรูปมาโพสต์บนเพจของคลินิก ถึงแม้จะเป็นรูปเดียวกันที่ลูกค้าโพสต์เองก็ตาม