บทความ

หน้าแรก / บทความทั้งหมด / จำข้อมูลคนไข้แต่ละคนได้ ให้เขารู้สึกว่าคลินิกใส่ใจจริง

จำข้อมูลคนไข้แต่ละคนได้ ให้เขารู้สึกว่าคลินิกใส่ใจจริง

พนักงานคลินิกความงามทักทายคนไข้ด้วยชื่อและจำเรื่องที่เคยคุยกันได้ตั้งแต่เดินเข้าคลินิก

คนไข้จำได้ว่าที่ไหนทักเขาด้วยชื่อ และที่ไหนต้องเริ่มเล่าเรื่องตัวเองใหม่ทุกครั้ง ความต่างเล็กๆ ตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้คนไข้เลือกกลับมาที่คลินิกเดิม การจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนได้ไม่ใช่เรื่องความจำของพนักงานคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่คลินิกวางไว้ให้ทุกคนในทีมเห็นตรงกัน คนไข้ที่รู้สึกว่าคลินิกจำเขาได้จะไว้ใจมากขึ้น เล่าเรื่องผิวได้ลึกขึ้น และพร้อมรับคำแนะนำมากกว่าคนที่รู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าทุกครั้งที่มา บทความนี้ชวนดูว่าคลินิกความงามควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง และใช้มันต้อนรับคนไข้ครั้งหน้าอย่างไรให้รู้สึกถึงความใส่ใจจริง

ทำไมการจำคนไข้ได้ถึงสำคัญกว่าที่คิด

คนไข้คลินิกความงามส่วนใหญ่กลับมาหลายครั้ง เพราะการดูแลผิวเป็นเรื่องต่อเนื่อง ไม่ใช่จบในครั้งเดียว การที่คลินิกจำได้ว่าครั้งก่อนคนไข้ทำอะไร กังวลเรื่องอะไร และแพ้อะไร ทำให้การคุยครั้งถัดไปเริ่มจากจุดที่ค้างไว้ ไม่ใช่เริ่มใหม่จากศูนย์ คนไข้รู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ตั้งใจดูแลเขาจริง

ในทางกลับกัน คลินิกที่ให้คนไข้เล่าเรื่องเดิมซ้ำทุกครั้งทำให้คนไข้รู้สึกเหมือนไม่เคยถูกจดจำ ความรู้สึกนี้สะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเหตุผลเงียบๆ ที่ทำให้คนไข้ค่อยๆ หายไป โดยที่คลินิกไม่รู้ตัวว่าเสียเขาไปเพราะอะไร

มองให้ออก: คนไข้ไม่ได้ต้องการให้คลินิกจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขา แต่ต้องการรู้สึกว่าเขาไม่ใช่แค่คิวหนึ่งในวัน การจำเรื่องเล็กๆ ที่เขาเคยเล่าไว้มีค่ามากกว่าการจำยอดที่เขาเคยจ่าย
แผนภาพสามขั้นที่คลินิกเก็บข้อมูลคนไข้ บันทึกลงประวัติ และใช้ต้อนรับในครั้งถัดไป
แผนภาพสามขั้นที่คลินิกเก็บข้อมูลคนไข้ บันทึกลงประวัติ และใช้ต้อนรับในครั้งถัดไป

ข้อมูลที่คลินิกความงามควรเก็บไว้เกี่ยวกับคนไข้แต่ละคน

ข้อมูลที่มีค่าไม่ได้มีแค่ประวัติการรักษา แต่รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้คนไข้รู้สึกว่าคลินิกใส่ใจ การแยกให้ชัดว่าข้อมูลไหนใช้เพื่อความปลอดภัย และข้อมูลไหนใช้เพื่อสร้างความประทับใจ ช่วยให้ทีมเก็บได้ครบและใช้ได้ถูกที่

ข้อมูลเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลเพื่อสร้างความประทับใจ
ประวัติแพ้ยาและแพ้สาร เรื่องที่คนไข้เคยเล่าให้ฟัง
หัตถการที่เคยทำและผลที่ได้ ความชอบเรื่องเครื่องดื่มหรือบรรยากาศ
ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ ความกังวลหลักที่คนไข้พูดถึงบ่อย

ข้อมูลเรื่องแพ้และประวัติการรักษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องเก็บอย่างปลอดภัยและใช้เท่าที่จำเป็น การเก็บและลบข้อมูลคนไข้ให้ถูกกรอบกฎหมายเราเล่าไว้ใน แนวทาง PDPA สำหรับคลินิกในการเก็บและลบข้อมูลคนไข้ ควรอ่านก่อนวางวิธีเก็บข้อมูล

ส่วนข้อมูลเพื่อสร้างความประทับใจเป็นสิ่งที่คลินิกส่วนใหญ่มองข้าม ทั้งที่เป็นตัวสร้างความแตกต่าง การจดว่าคนไข้ชอบให้เรียกว่าอะไร หรือกังวลเรื่องรอยสิวมากกว่าริ้วรอย ช่วยให้ทีมเริ่มบทสนทนาได้ตรงใจตั้งแต่ประโยคแรก

เก็บข้อมูลอย่างไรให้ทีมทุกคนใช้ได้ ไม่ใช่ค้างในหัวคนเดียว

ปัญหาที่พบบ่อยคือข้อมูลคนไข้อยู่ในหัวของพนักงานคนใดคนหนึ่ง พอคนนั้นลาหรือลาออก ความสัมพันธ์ที่สร้างมากับคนไข้ก็หายไปด้วย ทางแก้คือทำให้ข้อมูลอยู่ในที่ที่ทุกคนในทีมเปิดดูได้ก่อนคนไข้มาถึง

วิธีเริ่มง่ายที่สุดคือกำหนดให้ทีมจดสิ่งที่คนไข้เล่าลงในประวัติทุกครั้งหลังจบบริการ ไม่ต้องยาว แค่ประโยคเดียวก็พอ เช่น คนไข้กังวลเรื่องรอยสิวที่แก้ม หรือชอบนัดช่วงเย็นหลังเลิกงาน ข้อมูลสั้นๆ พวกนี้สะสมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนในทีมต้อนรับคนไข้ได้เหมือนรู้จักกันมานาน

ข้อควรระวัง: ข้อมูลที่เก็บต้องเปิดดูได้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง และใช้เพื่อดูแลคนไข้เท่านั้น การจดเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับบริการลงไปด้วยเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้ม

ใช้ข้อมูลต้อนรับคนไข้ครั้งหน้าให้รู้สึกถึงความใส่ใจ

การมีข้อมูลอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ให้คนไข้รู้สึกได้ด้วย จุดที่ได้ผลมากที่สุดคือช่วงต้อนรับ ถ้าทีมเปิดดูประวัติก่อนคนไข้เข้ามา แล้วเริ่มด้วยการถามต่อจากเรื่องที่ค้างไว้ครั้งก่อน คนไข้จะรู้สึกทันทีว่าที่นี่จำเขาได้จริง

อีกจุดที่ใช้ได้ดีคือการติดตามผลหลังทำหัตถการ การทักถามอาการโดยอ้างถึงสิ่งที่คนไข้เคยกังวลไว้ ทำให้ข้อความนั้นรู้สึกเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ข้อความส่งเหมือนกันทุกคน แนวทางเรื่องจังหวะและวิธีติดตามผลรวมไว้ใน วิธีติดตามผลหลังหัตถการให้ลูกค้ารู้สึกว่ายังถูกดูแล และความรู้สึกผูกพันที่สร้างจากการจำได้นี้เป็นหัวใจของ การทำให้ลูกค้าจำคลินิกได้โดยไม่ต้องแข่งราคา

ตัวอย่างสองสถานการณ์ที่คลินิกความงามเจอบ่อย

กรณีแรก คนไข้ประจำที่เคยเล่าว่ากังวลเรื่องรอยสิวที่แก้มมาก กลับมาอีกครั้งหลังหายไปสองเดือน ทีมเปิดประวัติก่อนแล้วทักว่ารอยที่แก้มดีขึ้นไหม คนไข้รู้สึกประทับใจที่คลินิกจำเรื่องของเขาได้ แล้วเล่าต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ บทสนทนาที่ต่อเนื่องแบบนี้ทำให้คนไข้เปิดใจรับคำแนะนำได้ง่ายขึ้น

กรณีที่สอง คลินิกที่พนักงานต้อนรับลาออกอย่างฉับพลัน คนไข้ที่เคยสนิทกับพนักงานคนนั้นกลับมาแล้วเจอคนใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องเล่าทุกอย่างใหม่ คนไข้รู้สึกเหมือนเริ่มจากศูนย์และไม่ประทับใจ ถ้าข้อมูลถูกจดไว้ในประวัติที่ทุกคนเปิดดูได้ พนักงานใหม่ก็ต้อนรับได้ต่อเนื่องเหมือนเดิม

สองกรณีนี้ต่างกันที่คนทำงาน แต่บอกเรื่องเดียวกัน คือความประทับใจของคนไข้ไม่ควรผูกกับความจำของพนักงานคนใดคนหนึ่ง แต่ควรอยู่ในที่ที่ทั้งทีมใช้ร่วมกันได้

อินโฟกราฟิกสรุปเช็กลิสต์การเก็บและใช้ข้อมูลคนไข้ให้คลินิกดูใส่ใจ เหมาะสำหรับเจ้าของคลินิก
อินโฟกราฟิกสรุปเช็กลิสต์การเก็บและใช้ข้อมูลคนไข้ให้คลินิกดูใส่ใจ เหมาะสำหรับเจ้าของคลินิก

เช็กลิสต์ที่เริ่มทำได้ทันทีสัปดาห์นี้

  1. กำหนดให้ทีมจดสิ่งที่คนไข้เล่าลงในประวัติทุกครั้งหลังจบบริการ อย่างน้อยหนึ่งประโยค
  2. แยกช่องข้อมูลเพื่อความปลอดภัยกับข้อมูลเพื่อสร้างความประทับใจให้ชัด
  3. ให้ทีมเปิดดูประวัติคนไข้ก่อนเขาเข้ามาถึง แล้วเริ่มบทสนทนาต่อจากครั้งก่อน
  4. ตั้งกติกาว่าใครเปิดดูข้อมูลได้บ้าง และใช้เพื่อดูแลคนไข้เท่านั้น
  5. เวลาติดตามผล ให้อ้างถึงเรื่องที่คนไข้เคยกังวล แทนข้อความส่งเหมือนกันทุกคน

ห้าข้อนี้ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม ใช้แค่การตกลงกันในทีมและที่เก็บประวัติที่ทุกคนเปิดดูได้ คลินิกที่ทำครบจะทำให้คนไข้รู้สึกว่าที่นี่จำเขาได้และใส่ใจจริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกกลับมาแม้จะมีคลินิกอื่นให้เลือกอีกมาก

วิธีจำข้อมูลคนไข้แต่ละคน ที่เริ่มได้เองในสัปดาห์นี้

สิ่งที่ทำให้การจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนล้มเหลวบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่จด แต่คือจดไว้ในที่ที่คนอื่นเปิดไม่ได้ ข้อมูลที่อยู่ในโน้ตส่วนตัวของพนักงานคนหนึ่งจะหายไปพร้อมกับวันที่เขาลาหรือลาออก

วิธีที่ใช้ได้จริงคือกำหนดช่องที่ต้องกรอกให้น้อยแต่บังคับให้ครบ เช่นเรื่องที่คนไข้กังวล ผลที่เขาอยากได้ และข้อจำกัดด้านสุขภาพ สามช่องนี้ทำให้การจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนเกิดขึ้นได้แม้ในวันที่ร้านคนเยอะ อ่านต่อได้ที่ จังหวะส่งข้อความหาคนไข้ให้ถูกเวลา

คำถามที่ถามบ่อยเรื่องจำข้อมูลคนไข้แต่ละคน

ต้องเก็บข้อมูลละเอียดแค่ไหน เก็บเท่าที่ใช้ต้อนรับได้จริง การจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนไม่ได้แปลว่าต้องรู้ทุกเรื่องของเขา แต่คือรู้เรื่องที่เขาเล่าไว้แล้วอ้างถึงได้ถูกในครั้งถัดไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลไหนเก็บได้ ข้อมูลไหนไม่ควรเก็บ แยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ช่วยให้บริการดีขึ้นกับกลุ่มที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว กลุ่มหลังควรกำหนดว่าใครเปิดดูได้และขอความยินยอมจากคนไข้ก่อน

ทีมเปลี่ยนคนบ่อยจะทำได้ไหม ทำได้และยิ่งจำเป็น เพราะการจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนที่อยู่ในประวัติกลาง ทำให้พนักงานใหม่ต้อนรับได้ต่อเนื่องเหมือนคนเดิม ดูแนวทางที่ใกล้เคียงกันได้ที่ การจัดหน้าเพจให้คนไข้อยากทักมา

สรุปสำหรับคลินิกที่อยากให้การจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนเกิดขึ้นจริง คือย้ายความจำออกจากหัวคนมาไว้ในประวัติที่ทุกคนเปิดได้ กำหนดช่องที่ต้องกรอกให้น้อยแต่ครบ แล้วตั้งกติกาว่าใครดูได้ ความประทับใจของคนไข้จะไม่ผูกกับพนักงานคนใดคนหนึ่งอีก เรื่องที่ควรอ่านต่อคือ การทำให้คนไข้มั่นใจก่อนซื้อคอร์ส

จำข้อมูลคนไข้แต่ละคน เริ่มวันนี้ได้จากสามข้อ

  • เลือกข้อที่กระทบลูกค้ามากที่สุดก่อน หนึ่งข้อเท่านั้น
  • ทำให้นิ่งหนึ่งสัปดาห์แล้ววัดจากสิ่งที่ลูกค้าทำ ไม่ใช่จากความรู้สึกของทีม
  • ค่อยเพิ่มข้อถัดไปเมื่อข้อแรกเดินได้เองโดยไม่ต้องคอยเตือน

ทำสามข้อนี้ซ้ำแล้วจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนจะกลายเป็นงานประจำของทีม ไม่ใช่โครงการที่ค้างไว้ และผลของจำข้อมูลคนไข้แต่ละคนจะเห็นได้จากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปจริง

อยากให้ทีมเปิดดูข้อมูลคนไข้แต่ละคนได้ก่อนต้อนรับทุกครั้ง

Dr.Ease เก็บประวัติ ความชอบ และเรื่องที่คนไข้เคยเล่าไว้ที่โปรไฟล์เดียว ให้ทีมหน้าคลินิกเปิดดูได้ก่อนคุยทุกครั้ง ทดลองใช้หรือติดต่อทีมงานเพื่อดูว่าเหมาะกับคลินิกคุณไหม

ดูแพ็กเกจ Dr.Ease