บทความ

หน้าแรก / บทความทั้งหมด / ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์? วิธีเทียบต้นทุนคลินิก | Dr.Ease

ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์? วิธีเทียบต้นทุนคลินิก | Dr.Ease

เจ้าของและผู้จัดการคลินิกเปรียบเทียบข้อเสนอซื้อกับเช่าเครื่องมือแพทย์

กำลังตัดสินใจซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์ แต่ใบเสนอราคาให้ข้อมูลไม่เหมือนกันใช่ไหม? ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อทีมเทียบราคาเครื่องทั้งก้อนกับค่าเช่าเพียงเดือนแรก วิธีเริ่มคือกำหนดระยะเวลาและจำนวนบริการให้เท่ากัน แล้วรวมค่าติดตั้ง วัสดุ ซ่อม และค่าใช้จ่ายตอนจบสัญญา จึงจะเห็นว่าข้อเสนอไหนเหมาะกับเงินสดและการใช้งานของคลินิก

ต้นทุนรวมต่ำกว่า ยังไม่พอ ถ้าจ่ายแล้วเงินหมุนคลินิกไม่เหลือ

สารบัญเนื้อหา

สรุปก่อนซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ดู 4 เรื่องนี้พร้อมกัน

  • เครื่องต้องเหมาะกับบริการและผู้ใช้งาน ก่อนเริ่มเทียบราคา
  • รวมต้นทุนช่วงเวลาเดียวกัน แยกเงินประกันออกจากค่าใช้จ่าย
  • ตรวจเงินสดตั้งต้นและภาระรายเดือน แม้ต้นทุนรวมจะต่ำกว่า
  • ลองกรณีคนใช้น้อยลง ขายต่อไม่ได้ และเครื่องหยุดให้บริการ

ก่อนขอราคา ให้ทีมการแพทย์กำหนดความต้องการใช้งานและความเหมาะสมของเครื่องก่อน การมีเงินพอซื้อไม่ได้แปลว่าจำเป็นต้องเพิ่มบริการนั้น และการเช่าได้ไม่ได้ยืนยันว่าเครื่องหรือผู้ใช้งานผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ทำงานเดียวกันได้ก่อน

ขอข้อมูลรุ่น สภาพเครื่องใหม่หรือใช้แล้ว อุปกรณ์ที่รวม การติดตั้ง การฝึกใช้ การรับประกัน แผนบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายเมื่อยกเลิกหรือจบสัญญา หากข้อเสนอหนึ่งรวมบริการเหล่านี้แต่อีกข้อเสนอไม่รวม ต้องเติมต้นทุนให้ครบก่อนเทียบ

แนวทาง WHO สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เผยแพร่เมื่อ 4 กันยายน 2569 ยังเน้นการจัดหาเพื่อให้เครื่องทำงานได้ตลอดอายุใช้งาน โดยพิจารณาสเปก การคาดการณ์ใช้ รูปแบบเช่าหรือเช่าซื้อ สัญญาบริการ อะไหล่ และแผนบำรุงรักษาร่วมกัน จึงควรถามว่า “ข้อเสนอนี้ทำให้คลินิกเปิดบริการได้ต่อเนื่องอย่างไร” ควบคู่กับคำถามเรื่องราคา อ่านแนวทางตลอดวงจรใช้งานของ WHO South-East Asia

ต้นทุนเครื่องมือแพทย์: แยกให้ครบสี่กลุ่ม

กลุ่ม รายการที่ควรถาม
เริ่มใช้งาน ราคาเครื่องหรือเงินเริ่มต้น ขนส่ง ติดตั้ง ปรับห้อง และฝึกใช้
ตลอดสัญญา ค่าเช่าหรือค่างวด บำรุงรักษา ตรวจสมรรถนะ และประกันที่เกี่ยวข้อง
ตามปริมาณใช้ วัสดุสิ้นเปลือง ค่าใช้ต่อครั้ง และขั้นต่ำที่ต้องซื้อ
จบการใช้งาน ค่ารื้อถอน ส่งคืน ซื้อขาด หรือมูลค่าขายต่อที่มีหลักฐานรองรับ

เงินประกันที่คาดว่าจะได้คืนควรแยกเป็นเงินสดที่ถูกผูกไว้ ไม่เหมารวมเป็นค่าใช้จ่ายถาวร ส่วนการซื้อผ่อนให้แยกเงินดาวน์ ผลรวมค่างวด ค่าธรรมเนียม และยอดสุดท้ายตามสัญญา อย่านำราคาเงินสดมาบวกค่างวดทั้งหมดซ้ำอีกครั้ง

ต้นทุนสี่กลุ่มสำหรับเปรียบเทียบซื้อกับเช่าเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่เริ่มใช้งานจนถึงจบสัญญา
เทียบระยะเวลาและจำนวนบริการเดียวกัน แล้วรวมต้นทุนตั้งแต่เริ่มใช้จนถึงจบการใช้งาน

ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์: ตัวอย่างสมมติ 36 เดือน

สมมติว่าทั้งสองข้อเสนอให้บริการแบบเดียวกันและประเมินการใช้รวม 1,440 ครั้งใน 36 เดือน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้สอนวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาดหรือใบเสนอราคาจริง

รายการ ซื้อ เช่า
ราคาเครื่อง 600,000 บาท
ค่าเริ่มต้นและติดตั้ง 30,000 บาท 15,000 บาท
ค่าเช่า 18,000 บาท × 36 เดือน 648,000 บาท
บำรุงรักษารวมช่วงที่ประเมิน 60,000 บาท รวมในค่าเช่าตามสมมติฐาน
วัสดุ 100 บาท × 1,440 ครั้ง 144,000 บาท 144,000 บาท
รวมก่อนมูลค่าคงเหลือ 834,000 บาท 807,000 บาท
มูลค่าขายต่อสมมติ หัก 120,000 บาท 0 บาท
ต้นทุนสุทธิในแบบจำลอง 714,000 บาท 807,000 บาท
ตัวอย่างเปรียบเทียบซื้อกับเช่าเครื่องมือแพทย์ 36 เดือน เมื่อมูลค่าขายต่อเปลี่ยนผลการตัดสินใจ
ตัวเลขสมมติแสดงว่ามูลค่าขายต่อสามารถเปลี่ยนผลเปรียบเทียบได้ และต้นทุนต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าใช้เงินตั้งต้นน้อยกว่า

ภายใต้สมมติฐานนี้ ซื้อมีต้นทุนสุทธิน้อยกว่า 93,000 บาท แต่ถ้าขายต่อไม่ได้เลย ฝั่งซื้อจะเป็น 834,000 บาท ซึ่งมากกว่าเช่า 27,000 บาท ความมั่นใจเรื่องมูลค่าคงเหลือจึงเปลี่ยนคำตอบได้

แบบจำลองนี้ไม่ใช่การวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบันสุทธิ ไม่รวมภาษี ต้นทุนเงินทุน ค่าแรง ค่าห้อง หรือความเสียหายจากเครื่องหยุด ควรเติมรายการที่ต่างกันจริงและให้ฝ่ายบัญชีตรวจวิธีเปรียบเทียบภาษีและกระแสเงินสดก่อนตัดสินใจ

ดูเงินสดที่ต้องใช้ควบคู่กับต้นทุนรวม

การซื้อในตัวอย่างต้องเตรียมราคาเครื่องและติดตั้งรวม 630,000 บาทตั้งต้น ส่วนเช่ามีค่าเริ่มต้น 15,000 บาทและค่าเช่าตามรอบ เงินสดที่เหลือใช้ต่างกัน แม้ทางเลือกหนึ่งมีต้นทุนสุทธิระยะยาวต่ำกว่า จึงควรดูว่าเมื่อจ่ายแล้วคลินิกยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายประจำและเหตุไม่คาดคิดหรือไม่

ลองเปลี่ยนจำนวนใช้จาก 40 เป็น 20 และ 60 ครั้งต่อเดือน แล้วดูทั้งต้นทุนต่อครั้งและความสามารถจ่ายตามสัญญา อย่าใช้จำนวนคนที่ทักถามแทนจำนวนบริการที่เกิดขึ้นจริง และอย่านำยอดขายรวมมาแทนเงินเหลือหลังหักต้นทุน

ถ้าปริมาณใช้งานต่ำกว่าเป้า ตัวเลขเปลี่ยนอย่างไร?

คงระยะเวลา 36 เดือน มูลค่าขายต่อสมมติ 120,000 บาท และค่าวัสดุเท่ากันที่ 100 บาทต่อครั้ง แล้วเปลี่ยนเฉพาะจำนวนใช้ จะได้ตัวอย่างต่อไปนี้

ใช้ต่อเดือน จำนวนใช้ตลอด 36 เดือน ซื้อสุทธิ เช่ารวม
20 ครั้ง 720 ครั้ง 642,000 บาท 735,000 บาท
40 ครั้ง 1,440 ครั้ง 714,000 บาท 807,000 บาท
60 ครั้ง 2,160 ครั้ง 786,000 บาท 879,000 บาท

ส่วนต่างยังเป็น 93,000 บาททุกแถว เพราะตั้งค่าวัสดุต่อครั้งเท่ากัน แต่เมื่อใช้เครื่องน้อยลง ต้นทุนคงที่ถูกเฉลี่ยลงในจำนวนบริการที่น้อยลง จึงไม่ควรดูเพียงว่าซื้อถูกกว่าเช่าแล้วสรุปว่าการลงทุนคุ้ม หากข้อเสนอจริงมีขั้นต่ำหรือค่าวัสดุต่างกัน ต้องคำนวณใหม่ ไม่ใช้ตารางนี้แทนใบเสนอราคา

เครื่องหยุด ใครรับผิดชอบ และหยุดได้นานเท่าไร?

สอบถามให้เป็นเงื่อนไขที่ตรวจได้ เช่น เวลาตอบรับปัญหา เวลาที่ช่างเข้าตรวจ ใครจ่ายค่าอะไหล่ มีเครื่องทดแทนหรือไม่ และใช้ได้ในกรณีใด คำว่า “มีบริการหลังการขาย” ยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ครบ

WHO แยกการตรวจสมรรถนะ การตรวจความปลอดภัย และการบำรุงรักษาเชิงป้องกันไว้ในแนวทางดูแลเครื่องมือแพทย์ จึงไม่ควรเลือกสัญญาที่ละเลยงานเหล่านี้เพียงเพื่อลดค่าใช้จ่าย แนวทางบำรุงรักษาของ WHO

เตรียมการสื่อสารและวิธีรับช่วงงานเมื่อบริการสะดุดควบคู่กับสัญญาซ่อม โดยดูแนวคิดเรื่องเลขอ้างอิงและรายการค้างใน แผนรับมืออินเทอร์เน็ตคลินิกหลุด แล้วปรับให้ตรงกับเหตุเครื่องมือขัดข้องจริง

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นซื้อหรือเช่า

  • รุ่นเครื่อง ขอบเขตบริการ และข้อกำหนดผู้ใช้งานผ่านการตรวจโดยผู้รับผิดชอบ
  • เทียบจำนวนเดือนและปริมาณใช้เท่ากัน
  • แยกเงินประกัน ค่างวด ค่าเช่า และยอดซื้อขาดอย่างชัดเจน
  • มีข้อกำหนดวัสดุขั้นต่ำ การซ่อม เครื่องทดแทน และการคืนเครื่อง
  • ทดสอบกรณีใช้ต่ำกว่าเป้าและมูลค่าขายต่อเป็นศูนย์
  • ตรวจทั้งต้นทุนรวม เงินสดตั้งต้น และความสามารถจ่ายรายเดือน

เช่าเหมาะกับคลินิกเปิดใหม่เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ สัญญาเช่าที่มีขั้นต่ำสูงหรือออกจากสัญญายากอาจไม่เหมาะกับยอดใช้งานที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ซื้อก็อาจผูกเงินสดมากเกินไป คำตอบควรมาจากความเหมาะสมทางคลินิก ข้อเสนอจริง และตัวเลขของกิจการ อ่านประกอบเรื่อง ความพร้อมลงทุนเปิดคลินิก

นำตัวเลขไปคุยกับทีมอย่างไรให้ตัดสินใจต่อได้

ก่อนนัดประชุม ให้ผู้ขอซื้อรวบรวมใบเสนอราคาที่ระบุรุ่นและบริการเดียวกัน ผู้จัดการตรวจจำนวนบริการที่เกิดขึ้นจริงและเวลาที่เครื่องพร้อมใช้ ส่วนฝ่ายบัญชีเติมกำหนดจ่าย เงินประกัน และรายการที่ยังไม่รวมในราคา หากช่องใดยังไม่รู้ ให้เขียนว่า “รอผู้เสนอราคายืนยัน” พร้อมชื่อคนตามเรื่อง ไม่เติมศูนย์เพื่อให้ตารางดูครบ

จากนั้นสรุปผลเป็นสามคำถาม: ข้อเสนอใดตอบความต้องการทางคลินิกได้ ข้อเสนอใดมีต้นทุนรวมเหมาะสมภายใต้สมมติฐานที่รับได้ และหลังจ่ายแล้วกิจการยังรับค่าใช้จ่ายประจำไหวหรือไม่ หากคำตอบเปลี่ยนเพียงเพราะเพิ่มมูลค่าขายต่อที่ยังไม่ยืนยัน ควรรอหลักฐานส่วนนั้นก่อนลงนาม

เมื่อประเมินจำนวนครั้งที่จะใช้เครื่อง ให้ตรวจ ตารางแพทย์และคิวที่รองรับได้จริง ควบคู่กับต้นทุนผู้ให้บริการตาม วิธีคิดค่า DF และก่อนเปิดโปรโมตบริการใหม่ ให้ทีมตรวจ ภาพและข้อความโฆษณาคลินิก ให้พร้อม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์

ค่าเช่ารวมสูงกว่าราคาซื้อ แปลว่าควรซื้อเลยไหม?

ยังสรุปไม่ได้ ต้องเติมค่าเริ่มต้น บำรุงรักษา วัสดุ และมูลค่าคงเหลือของฝั่งซื้อให้ครบ แล้วตรวจเงินสดที่ต้องจ่ายด้วย การซื้อที่ดูถูกกว่าอาจทำให้เงินหมุนเวียนตึง หรือทำให้ต้องรับภาระซ่อมที่ยังไม่ได้ตั้งงบ

เงินประกันต้องใส่ในต้นทุนรวมไหม?

ถ้าคาดว่าจะได้รับคืนครบ ให้แสดงเป็นเงินสดที่ถูกผูกไว้และระบุเวลาคืนแยกต่างหาก หากมีส่วนที่ไม่คืน หรือคาดว่าจะถูกหักตามเงื่อนไข ให้แยกส่วนนั้นเป็นค่าใช้จ่าย อย่าตัดเงินประกันออกจากแผนเงินสดเพียงเพราะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายถาวร

ตัวเลข 36 เดือนใช้กับสัญญาจริงได้ทุกฉบับไหม?

ไม่ได้ 36 เดือนเป็นระยะเวลาตัวอย่าง ต้องเปลี่ยนตามสัญญาและช่วงที่ต้องการใช้งานจริง รวมยอดซื้อขาด ค่าคืนเครื่อง และค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นด้วย หากเวลาจ่ายต่างกันมาก ควรให้ฝ่ายบัญชีช่วยพิจารณามูลค่าเงินตามเวลาเพิ่มเติม

ซื้อผ่อนกับเช่าเหมือนกันหรือไม่?

ไม่ควรเหมารวม ให้ตรวจสิทธิในเครื่องเมื่อจบสัญญา ยอดสุดท้าย ภาระซ่อม และเงื่อนไขคืนหรือยกเลิกจากเอกสารจริง การจ่ายเป็นรายเดือนไม่ได้ยืนยันว่าผลทางสัญญา ภาษี หรือบัญชีเหมือนกัน

ตรวจแหล่งข้อมูล 7 กันยายน 2569 · ตัวเลขเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับอธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาดหรือผลตอบแทนที่รับรอง