หน้าแรก / บทความทั้งหมด / รับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เข้าคลินิก ตรวจเอกสารอะไรก่อนเซ็นรับสินค้า
รับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เข้าคลินิก ตรวจเอกสารอะไรก่อนเซ็นรับสินค้า
ของปลอมหรือของที่ไม่มีทะเบียนเข้าคลินิกได้ ไม่ใช่เพราะเจ้าของตั้งใจ แต่เพราะไม่มีขั้นตอนตรวจตอนรับของ คลินิกความงามหลายแห่งเซ็นรับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์เหมือนรับพัสดุทั่วไป คือเปิดกล่อง นับจำนวน แล้วเซ็น โดยไม่ได้ตรวจว่าของในกล่องตรงกับที่สั่งจริงไหม ฉลากครบไหม เลขทะเบียนตรงไหม พอของมีปัญหาทีหลังจึงย้อนกลับไปหาต้นทางไม่ได้ เพราะเซ็นรับไปแล้ว บทความนี้อธิบายมุมการตรวจรับและบริหารสต็อก ว่าก่อนเซ็นรับควรตรวจเอกสารและตัวสินค้าอะไรบ้าง และการตรวจฟิลเลอร์แท้เบื้องต้นทำได้อย่างไร เพื่อให้เฉพาะของที่ตรวจสอบได้เท่านั้นที่เข้าคลินิก
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มฟิลเลอร์และโบทูลินัมท็อกซินเป็นสินค้าที่มีการกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การตรวจว่าเลขทะเบียนหรือสถานะของผลิตภัณฑ์ถูกต้องหรือไม่ ต้องตรวจกับฐานข้อมูลของ อย. โดยตรง บทความนี้ไม่ได้ระบุว่าเลขไหนจริงเลขไหนปลอม แต่อธิบายว่าคลินิกควรมีขั้นตอนตรวจอะไรก่อนเซ็นรับ และตรวจเลขทะเบียนได้จากที่ไหน
สารบัญเนื้อหา
- ตรวจฟิลเลอร์แท้ ก่อนเซ็นรับต้องดูอะไรบ้าง
- ตรวจเลขทะเบียนกับ อย. ทำได้ที่ไหน
- ทำไมต้องตรวจตอนรับ ไม่ใช่ตอนจะใช้
- ให้ใครเป็นคนเซ็นรับ และเซ็นแล้วบันทึกอะไร
- เลือกผู้ขายที่ตรวจสอบที่มาได้
- บันทึกการรับเข้าให้ตรงกับที่ใช้จริง
- เก็บรักษาหลังรับเข้าให้ของยังใช้ได้
- เช็กลิสต์ก่อนเซ็นรับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์
- คำถามที่พบบ่อย
- อยากให้การรับของและสต็อกตรวจสอบย้อนได้
ตรวจฟิลเลอร์แท้ ก่อนเซ็นรับต้องดูอะไรบ้าง
การตรวจรับที่ดีไม่ได้ใช้เวลานาน แต่ต้องมีลำดับที่ชัด ไม่ใช่ดูแค่จำนวนกล่อง ลองไล่ดูว่าควรตรวจอะไรบ้างและแต่ละอย่างตรวจเพื่อจับปัญหาแบบไหน
ตารางนี้เป็นแนวทางเชิงบริหารการตรวจรับ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินว่าของแท้หรือปลอมตามกฎหมาย การยืนยันว่าเลขทะเบียนถูกต้องต้องตรวจกับฐานข้อมูลของ อย. สิ่งที่อ่านได้จากตารางคือ การตรวจแต่ละข้อจับปัญหาคนละแบบ การข้ามข้อใดข้อหนึ่งเท่ากับเปิดช่องให้ของมีปัญหาเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
ตรวจเลขทะเบียนกับ อย. ทำได้ที่ไหน
จุดที่คลินิกทำเองได้และควรทำคือการตรวจเลขทะเบียนที่อยู่บนกล่องกับฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถ้าเลขที่ระบุไม่ตรงกับฐานข้อมูล หรือค้นไม่เจอ นั่นเป็นสัญญาณให้สอบถามผู้ขายก่อนเซ็นรับ
การตรวจนี้ไม่ใช่การตัดสินแทน อย. แต่เป็นการเช็กเบื้องต้นว่าของที่รับมามีข้อมูลตรงกับที่ขึ้นทะเบียนไว้ไหม ข้อมูลผลิตภัณฑ์และการตรวจสอบสถานะทะเบียนสามารถดูได้จากช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ เว็บไซต์ อย. ถ้าไม่แน่ใจเรื่องสถานะของผลิตภัณฑ์ ควรสอบถามหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนำมาใช้กับคนไข้

ทำไมต้องตรวจตอนรับ ไม่ใช่ตอนจะใช้
เหตุผลสำคัญคือช่วงเวลาที่คลินิกยังมีอำนาจต่อรอง การตรวจตอนรับหมายถึงตอนที่ของยังอยู่ในมือคนส่งและยังไม่ได้เซ็น ถ้าเจอปัญหาสามารถปฏิเสธหรือขอเปลี่ยนได้ทันที แต่ถ้าเซ็นไปแล้วค่อยมาเจอตอนจะใช้ ของนั้นกลายเป็นความรับผิดชอบของคลินิกแล้ว
การเสียเวลาตรวจไม่กี่นาทีตอนรับ ป้องกันความเสี่ยงที่แก้ยากตอนของอยู่ในสต็อกแล้ว
อีกเหตุผลคือการตามล็อต ถ้าบันทึกเลขล็อตและวันหมดอายุตั้งแต่ตอนรับ เมื่อผู้ผลิตแจ้งเรียกคืนหรือมีปัญหาเฉพาะล็อต คลินิกจะรู้ทันทีว่ามีของล็อตนั้นในสต็อกไหมและใช้ไปกับใครแล้วบ้าง แต่ถ้าไม่ได้บันทึกตั้งแต่ต้น การตามหาจะยากมาก วิธีดูแลสต็อกเวชภัณฑ์ให้เป็นระเบียบอ่านได้ใน เคล็ดลับบริหารสต็อกเวชภัณฑ์ฉบับคลินิกยุคใหม่
ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ คลินิกรับฟิลเลอร์เข้ามา 20 กล่องในล็อตเดียว แล้วสองเดือนถัดมาผู้ผลิตแจ้งให้ตรวจสอบล็อตนั้นเป็นพิเศษ คลินิกที่บันทึกเลขล็อตไว้ตั้งแต่วันรับจะเปิดดูได้ทันทีว่าใช้ไปแล้ว 12 กล่อง เหลือในตู้ 8 กล่อง และใช้กับคนไข้รายไหนไปแล้ว จึงติดต่อกลับได้ตรงคน ส่วนคลินิกที่ไม่ได้บันทึก จะตอบไม่ได้เลยว่าของล็อตนั้นยังอยู่ในตู้หรือใช้หมดแล้ว ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ข้อมูลของคลินิกใด
การเซ็นรับคือการบอกว่ายอมรับของชิ้นนี้แล้ว ตรวจให้ครบก่อนเซ็น คือสิทธิที่ใช้ได้ครั้งเดียว
ให้ใครเป็นคนเซ็นรับ และเซ็นแล้วบันทึกอะไร
อีกจุดที่ทำให้การตรวจรับหลุดคือไม่ได้กำหนดว่าใครมีสิทธิ์เซ็นรับ พอของมาถึงตอนที่เจ้าของไม่อยู่ ใครว่างก็เซ็นรับไป โดยที่คนนั้นอาจไม่รู้ว่าต้องตรวจอะไร ผลคือของเข้าคลินิกโดยไม่ผ่านการตรวจจริง
ทางแก้คือกำหนดตัวคนที่มีสิทธิ์เซ็นรับให้ชัด อาจเป็นสองคนเพื่อไม่ให้ติดเวลาใครลา และให้คนกลุ่มนี้รู้ขั้นตอนตรวจเหมือนกัน ถ้าของมาถึงตอนที่คนที่มีสิทธิ์ไม่อยู่ ให้เก็บของไว้ก่อนโดยไม่เซ็นรับ แล้วรอคนที่รู้ขั้นตอนมาตรวจ ดีกว่าเซ็นไปก่อนแล้วมาเสียใจ
เมื่อเซ็นรับแล้วควรบันทึกให้ครบว่ารับของอะไร จำนวนเท่าไร เลขล็อตอะไร วันหมดอายุเมื่อไร รับจากผู้ขายรายไหน และใครเป็นคนตรวจ ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่ใช้ตอบได้เมื่อมีคำถามย้อนหลัง และเป็นฐานให้ตรวจนับสต็อกได้ตรง ถ้าไม่มีบันทึกนี้ การตรวจนับจะบอกได้แค่ว่ามีของเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่ามาจากไหนและควรมีเท่าไร
เลือกผู้ขายที่ตรวจสอบที่มาได้
การตรวจรับที่ดีเริ่มตั้งแต่ก่อนสั่ง คือเลือกผู้ขายที่ให้เอกสารกำกับได้และมีที่มาชัด ผู้ขายที่เชื่อถือได้จะมีเอกสารประกอบการขาย ระบุที่มาของสินค้า และตอบได้เมื่อถูกถามเรื่องทะเบียนและการเก็บรักษา
สัญญาณที่ควรระวังคือผู้ขายที่ราคาต่ำผิดปกติ เร่งให้ตัดสินใจ หรือเลี่ยงเมื่อถูกขอเอกสาร เพราะของที่ราคาถูกกว่าตลาดมากมักมาพร้อมความเสี่ยงเรื่องที่มา การเทียบต้นทุนและความคุ้มของการจัดหาสินค้าและอุปกรณ์อ่านได้ใน ซื้อหรือเช่าเครื่องมือแพทย์ วิธีเทียบต้นทุนคลินิก และการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารของคลินิกอยู่ใน เช็คลิสต์เตรียมความพร้อมสำหรับเจ้าของคลินิก
บันทึกการรับเข้าให้ตรงกับที่ใช้จริง
หลังตรวจและเซ็นรับแล้ว ขั้นต่อไปคือบันทึกการรับเข้าให้ตรงกับสต็อกจริง ระบุชื่อสินค้า จำนวน เลขล็อต และวันหมดอายุ เพื่อให้ยอดในบันทึกตรงกับของในตู้ ถ้าบันทึกไม่ตรง เวลาตรวจนับจะไม่รู้ว่าของหายหรือบันทึกพลาด
การบันทึกที่ดีทำให้เห็นว่าของแต่ละล็อตถูกใช้ไปเท่าไร เหลือเท่าไร และใกล้หมดอายุเมื่อไร ซึ่งช่วยทั้งการสั่งของรอบต่อไปและการตามล็อตเมื่อจำเป็น วิธีตรวจยอดคงเหลือให้ตรงระหว่างที่บันทึกกับของจริงใช้หลักเดียวกับ คอร์สคลินิกคงเหลือไม่ตรง ตรวจอย่างไร
เก็บรักษาหลังรับเข้าให้ของยังใช้ได้
การตรวจรับที่ดีจะไม่มีความหมายถ้าเก็บของผิดวิธีหลังรับเข้า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้หลายรายการต้องเก็บในอุณหภูมิที่กำหนดและห่างจากแสง ถ้าเก็บผิด ของที่ตรวจรับมาถูกต้องก็เสื่อมสภาพได้ก่อนถึงวันหมดอายุบนฉลาก
สิ่งที่ควรกำหนดให้ชัดมีสามข้อ
- ที่เก็บเฉพาะ ไม่วางรวมกับของทั่วไป
- ใครมีสิทธิ์เข้าถึงและหยิบใช้
- ใครตรวจอุณหภูมิตามรอบและบันทึกไว้ที่ไหน
การกำหนดสามข้อนี้ทำให้ของที่ตรวจรับมาถูกต้องยังอยู่ในสภาพใช้ได้จนถึงวันใช้จริง ไม่ใช่วางรวมกับของทั่วไปในตู้เดียวกัน การแยกที่เก็บและกำหนดผู้รับผิดชอบช่วยลดทั้งของเสื่อมและของหาย
อีกเรื่องที่ควรทำคู่กันคือการเรียงใช้ของที่ใกล้หมดอายุก่อน เพราะถ้าหยิบของใหม่ที่อยู่หน้าตู้ไปใช้เรื่อย ๆ ของเก่าจะค้างจนหมดอายุและกลายเป็นต้นทุนที่ทิ้งเปล่า การเรียงลำดับตามวันหมดอายุตั้งแต่ตอนจัดเข้าตู้จึงช่วยประหยัดได้จริง แนวคิดการควบคุมต้นทุนวัสดุและของสิ้นเปลืองในธุรกิจบริการอ่านเทียบได้จาก กฎหมายและภาษีคลินิกความงาม ที่พูดถึงการเก็บหลักฐานและเอกสารประกอบการซื้อ

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นรับฟิลเลอร์และโบท็อกซ์
เจ็ดข้อนี้ตรวจให้ครบก่อนเซ็นรับทุกครั้ง
- ชื่อ รุ่น และจำนวนตรงกับใบสั่งซื้อ
- ฉลากภาษาไทยและข้อมูลผลิตภัณฑ์ครบ
- เลขทะเบียนบนกล่องตรวจกับฐานข้อมูล อย. แล้ว
- วันหมดอายุยังไกลพอและบันทึกเลขล็อต
- บรรจุภัณฑ์ไม่ชำรุดและเก็บเย็นถูกวิธีตอนขนส่ง
- มีเอกสารกำกับจากผู้ขายที่ระบุที่มา
- บันทึกการรับเข้าให้ตรงกับสต็อกจริงทันที
ข้อที่สำคัญที่สุดคือข้อสามและสี่ เพราะเลขทะเบียนและเลขล็อตคือสองสิ่งที่ใช้ตามรอยได้เมื่อมีปัญหา ถ้าตรวจและบันทึกสองข้อนี้ตั้งแต่ตอนรับ คลินิกจะรับมือได้ทันทีเมื่อมีการเรียกคืนหรือข้อสงสัยเรื่องล็อต
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจฟิลเลอร์แท้ก่อนรับของทำได้ยังไง
ตรวจว่าชื่อรุ่นตรงกับที่สั่ง ฉลากและเลขทะเบียนครบ วันหมดอายุยังไกล และเลขทะเบียนตรงกับฐานข้อมูลของ อย. ถ้าค้นไม่เจอหรือไม่ตรง ให้สอบถามผู้ขายก่อนเซ็นรับ การยืนยันสถานะที่แน่นอนต้องตรวจกับ อย. โดยตรง
เลขทะเบียนบนกล่องตรวจกับที่ไหน
ตรวจกับฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาผ่านช่องทางของ อย. ถ้าเลขไม่ตรงหรือค้นไม่เจอ ถือเป็นสัญญาณให้สอบถามที่มาก่อนรับของ ไม่ควรเซ็นรับไปก่อนแล้วค่อยตรวจ
ถ้าเซ็นรับไปแล้วเพิ่งพบว่าของมีปัญหาทำยังไง
เมื่อเซ็นรับแล้วการต่อรองจะยากขึ้น ควรติดต่อผู้ขายพร้อมเอกสารการรับและเลขล็อตที่บันทึกไว้ และถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือเหตุผลที่การตรวจก่อนเซ็นสำคัญ
ทำไมต้องบันทึกเลขล็อตทุกครั้ง
เพราะเมื่อผู้ผลิตเรียกคืนหรือมีปัญหาเฉพาะล็อต คลินิกที่บันทึกเลขล็อตไว้จะรู้ทันทีว่ามีของล็อตนั้นในสต็อกไหมและใช้ไปกับใครแล้ว ส่วนคลินิกที่ไม่ได้บันทึกจะตามหาได้ยากมาก
อยากให้การรับของและสต็อกตรวจสอบย้อนได้
บันทึกการรับเข้า เลขล็อต และวันหมดอายุไว้ใน Dr.Ease ให้ยอดในบันทึกตรงกับของในตู้ ตามล็อตได้ทันทีเมื่อจำเป็น และรู้ว่าของไหนใกล้หมดอายุก่อนใช้
