หน้าแรก / บทความทั้งหมด / คลินิกหลายสาขา อะไรทำให้แต่ละสาขาเติบโตต่างกัน? ดูจากข้อมูลจริง
คลินิกหลายสาขา อะไรทำให้แต่ละสาขาเติบโตต่างกัน? ดูจากข้อมูลจริง
ผู้บริหารเห็นสาขาหนึ่งมีนัดน้อยกว่า จึงขอให้ใช้วิธีของสาขาที่ยุ่งกว่า แต่หัวหน้าสาขาชี้ว่ากลุ่มคนไข้ เวลาเปิด และรายการนัดไม่เหมือนกัน ปัญหาเกิดจากการนำตัวเลขที่นิยามต่างกันมาเทียบกันก่อนฟังหน้างาน คลินิกหลายสาขา จะอ่านความต่างได้ดีเมื่อเทียบข้อมูลชุดเดียวกัน แล้วคุยถึงบริบทของแต่ละสาขาก่อนแนะนำให้ปรับงาน
สารบัญเนื้อหา
คลินิกหลายสาขา: เทียบให้เหมือนกันก่อน แล้วค่อยถามว่าต่างกันเพราะอะไร
สาเหตุที่การประชุมข้ามสาขากลายเป็นการป้องกันตัว มักมาจากการวัดผลงานโดยไม่ตกลงความหมายของข้อมูลร่วมกัน สาขาหนึ่งอาจนับนัดที่เลื่อนเป็นคิวค้าง แต่อีกสาขาอาจบันทึกเป็นรายการรอเลือกวันใหม่ หากรวมสองแบบเข้าด้วยกัน ผู้บริหารอาจเห็นปัญหาที่ไม่มีอยู่จริง หรือพลาดงานที่ต้องแก้จริง
สำหรับคลินิกหลายสาขา ให้เริ่มประชุมด้วยเอกสารนิยามหนึ่งหน้า: ช่วงเวลา ประเภทนัด สถานะคิว เหตุการณ์พิเศษ และผู้บันทึกหมายเหตุ จากนั้นให้หัวหน้าสาขาเล่าเหตุการณ์สั้น ๆ ประกอบตัวเลขก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ให้อธิบายหลังถูกเปรียบเทียบแล้ว
คลินิกหลายสาขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกัน แต่ควรใช้ภาษาข้อมูลเดียวกัน แนวคิดทั่วไปที่ให้คนกำหนดกติกาก่อนแอปพลิเคชันเรียกใช้เครื่องมือ อธิบายใน เอกสาร Function Calling ของ OpenAI; ในที่นี้จึงเป็นหลักคิดให้กำหนดนิยามก่อนให้ข้อมูลนำการประชุม
ก่อนดูรายงานหลายสาขา ให้ตกลงนิยามเดียวกัน เช่น สิ่งที่นับเป็นนัดใหม่ นับเป็นนัดที่มาตามนัด หรือนับเป็นการเลื่อนนัด และใช้ช่วงเวลาเดียวกัน หากแต่ละสาขาบันทึกไม่เหมือนกัน การเทียบจะพาไปสู่ข้อสรุปที่ผิดได้ง่าย
- ใช้ช่วงเวลาชุดเดียวกัน และระบุวันหยุดหรือเหตุการณ์เฉพาะของสาขาไว้
- แยกประเภทนัด เพื่อไม่รวมการปรึกษา นัดติดตาม และนัดรับบริการไว้เป็นก้อนเดียว
- ดูสถานะคิว เช่น ยืนยัน เลื่อน ยกเลิก หรือยังไม่ตอบ
- อ่านหมายเหตุจากทีมสาขา ก่อนตัดสินจากตัวเลข
การเตรียมคิวและบันทึกให้ทีมอ่านต่อได้เหมือนกันอ่านได้ใน ลดงานจดมือหน้าเคาน์เตอร์
5 คำถามที่ช่วยอ่านความต่างระหว่างสาขา
- สาขาแต่ละแห่งมีสัดส่วนของนัดใหม่และนัดติดตามต่างกันอย่างไร
- สาขาใดมีรายการเลื่อนนัดโดยยังไม่มีวันใหม่มากกว่า
- สาขาใดมีงานติดตามหลังรับบริการที่ยังไม่ปิด
- ช่วงเวลาใดของแต่ละสาขาที่คิวว่างหรือคิวหนาแน่น
- ทีมสาขาอธิบายอุปสรรคจากหน้างานว่าอย่างไร
คำถามเหล่านี้ไม่ได้ใช้จัดอันดับสาขา แต่ใช้หาเรื่องที่ควรคุยกับหัวหน้าสาขาให้ละเอียดขึ้น วิธีติดตามคนไข้ตามจังหวะที่เหมาะอ่านได้ใน 4 ช่วงที่ควรทักถามผลหลังทำหัตถการ
ใช้ตารางเดียวกัน แต่ไม่ใช้คำตอบเดียวกันทุกสาขา
ตารางเป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ควรย้ายวิธีของสาขาหนึ่งไปใช้อีกสาขาโดยไม่ฟังบริบท เช่น ทีม ขนาดคิว หรือข้อจำกัดหน้างาน การเติมคิวอย่างระมัดระวังอ่านได้ใน เติมคิวว่างคลินิก 3 วิธี
ตัวอย่างสมมติ สองสาขาที่เจอสาเหตุไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างสมมติ คลินิกมีสองสาขา สาขาแรกมีรายการเลื่อนนัดจำนวนหนึ่ง ส่วนสาขาที่สองมีนัดติดตามที่ยังไม่มีผลการติดต่อ เมื่อใช้คำจำกัดความและช่วงเวลาเดียวกัน ทีมจึงเห็นความต่างนี้ชัดขึ้น ข้อมูลทั้งหมดเป็นตัวอย่าง
หัวหน้าสาขาแรกอธิบายว่าพนักงานต้องรับสายและดูแลหน้าเคาน์เตอร์พร้อมกัน จึงบันทึกการเลื่อนนัดไว้ก่อนแล้วค่อยหาวันใหม่ ส่วนสาขาที่สองมีผู้ติดต่อชัดเจน แต่ไม่ได้กำหนดเวลาอ่านรายการติดตามทุกวัน
แต่ละสาขาเลือกปรับคนละเรื่อง สาขาแรกให้เสนอวันใหม่ในครั้งเดียวเมื่อทำได้ สาขาที่สองกำหนดช่วงทบทวนรายการติดตามก่อนเริ่มคิว การแก้จึงตรงกับปัญหาของสาขา ไม่ใช่คำสั่งเดียวสำหรับทุกคน วิธีส่งข้อความให้เหมาะกับเวลาของคนไข้อ่านได้ใน ส่งข้อความหาคนไข้ให้ถูกเวลา
เช็กลิสต์ประชุมข้อมูลหลายสาขา
- ตกลงนิยามและช่วงเวลาที่จะใช้เทียบ
- แยกนัดใหม่ นัดติดตาม เลื่อน และยกเลิก
- อ่านหมายเหตุของหัวหน้าสาขาก่อนสรุป
- เลือกคำถามที่ต้องคุยกับแต่ละสาขา
- ให้แต่ละสาขาเลือกเรื่องทดลองปรับหนึ่งเรื่อง
- ทบทวนผลในรอบถัดไปด้วยนิยามเดิม
เริ่มได้วันนี้ด้วยการเลือกข้อมูลหนึ่งชุดที่ทุกสาขามี แล้วตกลงคำนิยามร่วมกันก่อนเปิดตัวเลขเปรียบเทียบ
บทความนี้เป็นแนวทางทบทวนข้อมูลนัดและงานบริการระหว่างสาขา ไม่ใช่เกณฑ์รับประกันการเติบโตหรือคำแนะนำด้านกฎหมาย การใช้ข้อมูลคนไข้ต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติของคลินิกและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
อยากเริ่มทบทวนข้อมูลร่วมกันระหว่างสาขา
สอบถามทีม Dr.Ease เพื่อดูว่าแนวทางการใช้งานเหมาะกับคลินิกของคุณหรือไม่


