บทความ

หน้าแรก / บทความทั้งหมด / ตลาดคลินิกความงามปี 2569 อัปเดตมูลค่า 76,000 ล้านบาท

ตลาดคลินิกความงามปี 2569 อัปเดตมูลค่า 76,000 ล้านบาท

ทีมผู้บริหารคลินิกไทยประชุมทบทวนข้อมูลตลาดและแผนธุรกิจปี 2569

ตลาดคลินิกความงามปี 2569 ยังเติบโต แต่เติบโตช้าลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยจะมีมูลค่าประมาณ 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1% จากปีก่อน ภาพนี้ไม่ได้หมายความว่าความต้องการหายไป แต่บอกว่าเจ้าของคลินิกต้องบริหารรายได้ ต้นทุน และการแข่งขันอย่างละเอียดกว่าเดิม เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยอาจไม่แปลว่ากำไรเพิ่มตาม อ่านประมาณการจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

เพื่อให้ใช้ข้อมูลได้ตรงประเด็น เนื้อหาส่วนนี้มุ่งอธิบายภาพรวมตลาดและผลต่อการบริหารคลินิก ส่วนเทรนด์หัตถการ ลูกค้าต่างชาติ และการแข่งขันกับโรงพยาบาลควรประเมินแยกกัน เพราะตัวเลขแต่ละชุดมีขอบเขตไม่เหมือนกัน

สรุปสำหรับเจ้าของคลินิก

  • ตลาดปี 2569 ถูกประเมินที่ 76,000 ล้านบาท
  • อัตราเติบโตราว 1% จึงต้องคุมกำไรมากกว่าดูยอดขาย
  • ใช้ตัวเลขตลาดเป็นกรอบวางแผน ไม่ใช่คำรับประกันรายได้ของแต่ละคลินิก

สารบัญเนื้อหา

ภาพตลาดที่เจ้าของคลินิกควรเห็นใน 30 วินาที

76,000 ล้านบาท
ประมาณการมูลค่าตลาดปี 2569
≈ 1%
อัตราเติบโตจากปีก่อน
2.0–2.4%
กรอบอัตรากำไรสุทธิที่รายงานประเมิน

ใช้เป็นกรอบทบทวนเบื้องต้น และตรวจรายละเอียดพร้อมแหล่งอ้างอิงในเนื้อหาด้านล่าง

ตลาดคลินิกความงามปี 2569 มีมูลค่าเท่าไร

รายงานฉบับอัปเดตของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินมูลค่าจากรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีแผนกศัลยกรรมความงาม ร่วมกับมูลค่าตลาดคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม ตัวเลขจึงครอบคลุมทั้งคลินิกและโรงพยาบาล ไม่ใช่รายได้ของคลินิกอย่างเดียว ดูนิยามและหมายเหตุในรายงานฉบับเต็ม

ปี มูลค่าตลาด การเปลี่ยนแปลง สถานะข้อมูล
2567 74,000 ล้านบาท ฐานเปรียบเทียบ ข้อมูลที่รายงานใช้อ้างอิง
2568 75,200 ล้านบาท คาดว่าเพิ่ม 1.6% ประมาณการฉบับอัปเดต
2569 76,000 ล้านบาท คาดว่าเพิ่มประมาณ 1% ประมาณการ
ที่มา: KResearch, Industry Analysis and Outlook ฉบับอัปเดต 22 กันยายน 2568

คำสำคัญในตารางคือ “ประมาณการ” เพราะปี 2569 ยังไม่สิ้นสุด ตัวเลข 76,000 ล้านบาทจึงไม่ใช่ผลประกอบการจริงของตลาด และอาจเปลี่ยนได้ตามเศรษฐกิจ กำลังซื้อ จำนวนผู้รับบริการ และราคาค่ารักษา

เหตุใดประมาณการปี 2568 จึงถูกปรับจาก 76,500 เป็น 75,200 ล้านบาท

บทวิเคราะห์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เคยประเมินว่าตลาดปี 2568 จะอยู่ที่ 76,500 ล้านบาท และเติบโต 2.8% แต่รายงานฉบับเดือนกันยายนปีเดียวกันปรับประมาณการลงเป็น 75,200 ล้านบาท และเติบโต 1.6% เมื่อนำข้อมูลปี 2569 ไปใช้ ควรยึดรายงานฉบับอัปเดตล่าสุดและระบุให้ชัดว่าเป็นประมาณการที่ปรับใหม่ ไม่ควรรวมตัวเลขจากรายงานคนละฉบับ ตรวจสอบรายงานฉบับอัปเดตและวันที่เผยแพร่

สำหรับเจ้าของคลินิก ความต่างนี้มีความหมายมากกว่าการแก้ตัวเลขในสไลด์ เพราะแผนรายได้ที่ตั้งบนสมมติฐานว่าตลาดจะโตเร็ว อาจทำให้ตัดสินใจเพิ่มสาขา ซื้อเครื่องมือ หรือเพิ่มงบโฆษณาเร็วเกินไป เมื่อประมาณการตลาดลดลง แผนลงทุนควรถูกทบทวนด้วยข้อมูลของคลินิกเอง

ตลาดยังโต แต่เหตุใดเจ้าของคลินิกต้องระวังเรื่องกำไร

ผู้บริหารคลินิกตรวจข้อมูลรายได้และต้นทุนจากหน้าจอระบบบริหาร
ผู้บริหารคลินิกตรวจข้อมูลรายได้และต้นทุนจากหน้าจอระบบบริหาร

มูลค่าตลาดคือรายได้รวมที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ส่วนกำไรคือเงินที่เหลือหลังหักต้นทุน ทั้งสองค่าไม่ได้เพิ่มพร้อมกันเสมอ รายงานกสิกรไทยคาดว่าอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมของธุรกิจในช่วงปี 2568–2569 อาจอยู่ราว 2.0–2.4% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนโควิดที่ 2.7% ดูการเปรียบเทียบอัตรากำไรในรายงาน

แรงกดดันสำคัญมาจากการแข่งขันด้านราคา การทำโปรโมชันต่อเนื่อง ต้นทุนบุคลากร และการลงทุนในเครื่องมือใหม่ คลินิกอาจมีคนไข้มากขึ้นหรือมียอดขายสูงขึ้น แต่หากส่วนลดสูง ต้นทุนต่อครั้งเพิ่ม หรือมีเวชภัณฑ์ค้างสต็อก กำไรจริงอาจลดลงได้

สิ่งที่ควรอ่านจากตัวเลขตลาด: ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่ตลาดหยุดโต แต่เป็นปีที่ “คุณภาพของรายได้” สำคัญกว่าการมองยอดขายเพียงตัวเดียว

การแข่งขันในปี 2569 กระทบคลินิกอย่างไร

กสิกรไทยประเมินว่าคลินิกยังมีสัดส่วนประมาณ 85% ของมูลค่าตลาด ขณะที่โรงพยาบาลอยู่ที่ประมาณ 15% แต่สัดส่วนคลินิกลดลงจากระดับ 90% ในปี 2564 สาเหตุหนึ่งคือการแข่งขันด้านราคาในกลุ่มคลินิก ส่วนโรงพยาบาลได้แรงหนุนจากลูกค้าต่างชาติ มาตรฐานการรักษา และชื่อเสียงของแพทย์ ดูรายละเอียดโครงสร้างผู้ให้บริการ

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าคลินิกทุกแห่งต้องลงไปแข่งกับโรงพยาบาลโดยตรง แต่เตือนว่าการสื่อสารด้วย “ราคาถูกกว่า” อย่างเดียวเปราะบางขึ้น คลินิกต้องตอบให้ได้ว่าคนไข้เลือกกลับมาเพราะอะไร เช่น ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ความต่อเนื่องของการดูแล ความตรงต่อเวลา การให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ และการติดตามผลหลังรับบริการ

เจ้าของคลินิกควรติดตามตัวเลขอะไรบ้าง

ตัวเลขตลาดช่วยบอกทิศทางภายนอก แต่การตัดสินใจต้องอาศัยข้อมูลภายในคลินิกด้วย ตารางต่อไปนี้เป็นรายการตรวจ ไม่ใช่ค่าเป้าหมายตายตัว เพราะโครงสร้างต้นทุนและชนิดบริการของแต่ละแห่งต่างกัน

ตัวเลขที่ควรดู คำถามที่ต้องตอบ ใช้ตัดสินใจเรื่องใด
รายได้เฉลี่ยต่อครั้ง หลังหักส่วนลดแล้ว แต่ละครั้งสร้างรายได้จริงเท่าไร ราคา โปรโมชัน และชุดบริการ
ต้นทุนตรงต่อบริการ ยา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่ามือรวมเท่าไร กำไรขั้นต้นของแต่ละบริการ
อัตรากลับมาใช้บริการ คนไข้เดิมกลับมาตามช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ การติดตามและการดูแลต่อเนื่อง
อัตราผิดนัด ช่วงเวลาใดเสียคิวมากที่สุด และมีการยืนยันนัดหรือยัง ตารางแพทย์และการเตือนนัด
คอร์สคงเหลือ มีบริการที่ขายแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้เท่าไร ภาระบริการในอนาคตและการนัดครั้งถัดไป
สต็อกคงเหลือและวันหมดอายุ สินค้าใดหมุนช้า ใช้ไม่ทัน หรือขาดบ่อย การสั่งซื้อและเงินทุนหมุนเวียน

หากข้อมูลเหล่านี้แยกอยู่ในสมุด ตารางนัด แชต และไฟล์หลายชุด เจ้าของคลินิกจะเห็นปัญหาช้า การรวมข้อมูลการนัดหมาย การขายคอร์ส ประวัติบริการ และสต็อกให้อ่านต่อกันได้ จึงช่วยให้ตรวจความผิดปกติได้ก่อนรอปิดบัญชีปลายเดือน

แนวทางทบทวนแผนคลินิกสำหรับปี 2569

ทีมคลินิกไทยสนทนาและจดบันทึกระหว่างทบทวนแผนดำเนินงาน
ทีมคลินิกไทยสนทนาและจดบันทึกระหว่างทบทวนแผนดำเนินงาน
  1. ทบทวนประมาณการรายได้ ใช้ข้อมูลจริงย้อนหลังของคลินิก ไม่ใช้ตัวเลขการเติบโตของตลาดแทนยอดขายของกิจการ
  2. แยกกำไรตามบริการ อย่าดูเฉพาะยอดขายรวม เพราะบริการที่ขายดีอาจมีส่วนลดหรือต้นทุนสูง
  3. ตรวจผลของโปรโมชัน เปรียบเทียบรายได้หลังส่วนลด การกลับมาซ้ำ และต้นทุนการได้ลูกค้าใหม่
  4. จัดตารางตามกำลังให้บริการจริง ลดเวลาว่าง ลดคิวชน และไม่รับนัดเกินความพร้อมของแพทย์หรือห้อง
  5. ติดตามคนไข้ตามความเหมาะสม ใช้ประวัติการรับบริการและคำแนะนำของแพทย์เป็นฐาน ไม่ส่งข้อเสนอแบบเดียวให้ทุกคน
  6. วางแผนสต็อกจากการใช้จริง เชื่อมจำนวนบริการกับการเบิกเวชภัณฑ์ เพื่อป้องกันของขาดและของหมดอายุ

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเปิดกิจการ ดูรายละเอียดการลงทุนได้ที่ เปิดคลินิกความงามปี 2026 ยังน่าลงทุนไหม ซึ่งแยกวิเคราะห์เรื่องการลงทุนและความพร้อมของผู้ประกอบการโดยเฉพาะ

Dr.Ease ช่วยให้ข้อมูลบริหารเชื่อมกันได้อย่างไร

Dr.Ease ไม่ได้ทำให้ตลาดเติบโตหรือรับประกันว่าคลินิกจะมีกำไร หน้าที่ของโปรแกรมคือช่วยให้ทีมบันทึกและเรียกดูข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหาร เช่น นัดหมาย ประวัติคนไข้ คอร์ส การขาย และสต็อก เมื่อข้อมูลอยู่ในจุดที่ตรวจสอบได้ เจ้าของคลินิกจึงมีฐานสำหรับดูรายได้ต่อบริการ คิวที่หลุด และภาระคอร์สคงเหลือได้ชัดขึ้น

หากต้องการประเมินว่าเครื่องมือใดเหมาะกับรูปแบบการทำงานของคลินิก สามารถ ดูแพ็กเกจและทดลองคุยกับทีม Dr.Ease โดยเริ่มจากปัญหาที่ต้องการแก้และข้อมูลที่คลินิกต้องใช้จริง

ข้อมูลที่ควรใช้ประกอบการวางแผนคลินิก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดคลินิกความงามปี 2569

  • มูลค่าตลาดปี 2569 เป็นผลจริงหรือประมาณการ
  • ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมผู้ให้บริการประเภทใด
  • เจ้าของคลินิกควรนำข้อมูลตลาดไปใช้อย่างไร

ตัวเลข 76,000 ล้านบาทเป็นผลจริงหรือประมาณการ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยปี 2569 จะมีมูลค่าประมาณ 76,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นราว 1% จากปี 2568 ตัวเลขนี้เป็นประมาณการ ไม่ใช่ผลจริงหลังสิ้นปี ดูข้อมูลต้นทาง

ตัวเลขดังกล่าวนับเฉพาะคลินิกหรือไม่

ไม่ใช่ รายงานคำนวณจากทั้งรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีแผนกศัลยกรรมความงาม และมูลค่าตลาดคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม จึงควรเรียกว่า “ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย” เมื่อต้องการอ้างตัวเลขอย่างเคร่งครัด อ่านหมายเหตุวิธีคำนวณ

ตลาดโต หมายความว่าทุกคลินิกจะมีรายได้เพิ่มหรือไม่

ไม่จำเป็น ตัวเลขตลาดเป็นภาพรวมของอุตสาหกรรม ผลของแต่ละคลินิกขึ้นอยู่กับทำเล กลุ่มลูกค้า บริการ ราคา ต้นทุน คุณภาพการดูแล และการแข่งขัน จึงต้องใช้ข้อมูลของคลินิกประกอบการตัดสินใจเสมอ

เจ้าของคลินิกควรใช้ข้อมูลตลาดอย่างไร

ใช้เป็นสมมติฐานภายนอกสำหรับทบทวนแผน แล้วเปรียบเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อครั้ง ต้นทุนต่อบริการ อัตรากลับมาใช้บริการ อัตราผิดนัด คอร์สคงเหลือ และสต็อกของคลินิก ไม่ควรนำอัตราเติบโตของตลาดไปตั้งเป็นเป้ายอดขายทันที

ควรใช้รายงานฉบับใดเมื่อเขียนเรื่องปี 2569

ควรใช้รายงานฉบับอัปเดตวันที่ 22 กันยายน 2568 ซึ่งมีประมาณการปี 2569 และปรับตัวเลขปี 2568 แล้ว พร้อมระบุวันที่เข้าถึงข้อมูลทุกครั้ง เพื่อให้ผู้อ่านตรวจสอบได้

ตลาดโตช้า จึงต้องดูคุณภาพรายได้ให้ชัดขึ้น

ตลาดคลินิกความงามปี 2569 ยังมีโอกาส แต่ภาพการเติบโตช้าลงทำให้การดูยอดขายอย่างเดียวไม่เพียงพอ เจ้าของคลินิกควรแยกให้ออกระหว่างมูลค่าตลาด รายได้ของกิจการ และกำไรจริง จากนั้นใช้ข้อมูลการนัดหมาย บริการ คอร์ส และสต็อกมาช่วยตัดสินใจ การอ่านตลาดอย่างถูกต้องไม่ได้บอกว่าต้องลงทุนเพิ่มหรือลดทันที แต่ช่วยให้ตั้งคำถามกับแผนธุรกิจได้แม่นขึ้นก่อนลงมือ

แหล่งข้อมูลหลัก: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย: ปี 2568–2569 ธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทย และ Industry Analysis and Outlook ฉบับเต็ม เข้าถึงข้อมูลวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ข้อมูลทั้งหมดตรวจสอบได้จากลิงก์ข้างต้น